มะเร็งปากมดลูก”รู้เร็ว”-”รอดเร็ว”
ข้อมูลสุขภาพหญิงไทยพบว่า “มะเร็งปากมดลูก” ครองแชมป์มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี มีผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 7 คน อายุเฉลี่ยของหญิงที่เป็นมะเร็งปาก-มดลูกอยู่ในช่วง 35-50 ปี ถ้าเป็นขึ้นมาแล้วการรักษาในระยะที่ลุกลามรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอัตรารอดชีวิตภายใน 5 ปี เพียงร้อยละ 10-20 แค่นั้น
จากตัวเลขน่ากลัวๆที่นำมาบอกเล่านี้ ยังมีข้อมูลอีกด้านดีที่ต้องรู้กันไว้คือ มะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้ ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า “แป๊ปสเมียร์” (Pap smear)
เนื่องจากมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรีชนิดนี้ เกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสฮิวแมนแพพิโลมา หรือเรียกย่อๆว่า เชื้อเอชพีวี ส่วนใหญ่เชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายจากการมีเพศสัมพันธ์ และเมื่อติดเชื้อแล้วจะไม่แสดงอาการ โดยการติดเชื้ออาจหายไปได้เอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากการติดเชื้อไม่หายขาด หรือมีการติดเชื้อซ้ำ อาจทำให้เซลล์ที่ผิวเยื่อบุปากมดลูกเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
การติดเชื้อเอชพีวี ก่อนจะไปถึงระยะก่อมะเร็ง นั้น กินเวลาประมาณ 2-15 ปี และจากระยะ ก่อนมะเร็งจนถึงมะเร็ง ใช้เวลาอีกประมาณ 10 ปี ดังนั้นหากมีการตรวจ “แป๊ปสเมียร์” แล้วพบว่าเซลล์บริเวณปากมดลูกผิดปกติหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิม อาจอยู่ในระยะ “ก่อนเป็นมะเร็ง” ซึ่งรักษาได้ผลดีกว่า “ระยะลุกลาม” พูดให้เข้าใจง่ายๆได้ว่า พบแต่เนิ่นๆก็จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หาย
การตรวจยุ่งยากมั้ย? โครงการเลดี้เช็ค ให้ข้อมูลว่า ใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น แพทย์หรือพยาบาลผู้ตรวจให้บริการตรวจทุกวันจนเคยชิน การตรวจมะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้หญิง และความรู้สึกอายก็เป็นเรื่องธรรมดาเช่นกัน ขอให้คิดเสียว่าอายครู่เดียว ช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
ส่วนการป้องกันอย่างอื่นนั้นก็มี นั่นคือ มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โดยใช้ถุงยางอนามัย ลดจำนวนคู่นอน หรือมีคู่นอนคนเดียว ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทุก 1-3 ปี ลดหรือพยายาม เลิกการสูบบุหรี่ ไม่ควรมี เพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
โครงการเลดี้เช็ค เป็นความร่วมมือกันของกระทรวงแรงงาน สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรุงเทพฯ และองค์การแพธ สนับสนุนให้มีการจัดบริการตรวจ “แป๊ปสเมียร์” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับผู้หญิงในกรุงเทพฯ อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่เว็บไซต์ www.ladycheck.net อีเมล์ ladycheck@gmail.com โทร. 08-4900-0949 เวลา 12.00-22.00 น. ทุกวัน.
นิรามิส
สุขภาพน่ารู้ ที่มา ไทยรัฐ
Comments
Powered by Facebook Comments