Category Archives: ความรักกับการแต่งงาน

หน้าเจ็ดหลังเจ็ด

ความหมายที่แท้จริง
7 หน้าหมายความว่า 7 วันก่อนรอบเดือนจะมา
7 วัน หลังหมายความว่า 7 วันนับจากวันแรกที่รอบเดือนมา

สมมุติว่ารอบเดือนมาวันที่ 10 11 12 13
7 วันหน้า หรือ 7 วันก่อนคือวันที่ 3 4 5 6 7 8 9
7 วันหลัง คือวันที่ 10 11 12 13 14 15 16

กรณี 7 วันหลัง
ถ้า ไม่มีการร่วมเพศในวันที่มีรอบเดือน ก็แปลว่าจะมีวันที่มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยแค่ไม่ก ี่วัน ถ้ามีรอบเดือน 3 วัน ก็มีวันปลอดภัยเหลือ 4วัน ถ้ารอบเดือนมา 5 วันก็จะมีวันปลอดภัยเหลือ 2 วัน ตรงไปตรงมา (ถ้าคุณจะฝ่าไฟแดงก็สามารถทำได้ แต่ก็ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ไม่มีอันตรายอะไร)

กรณี 7 วันหน้า หรือ 7 วันก่อน
ก็ แปลว่าคุณต้องรู้ว่าจะมีรอบเดือนคราวต่อไปเมื่อไหร ่ คุณจึงสามารถกะได้ว่า 7 วันนั้นคือวันที่เท่าไหร่ สมมุติว่าคุณสามารถกะได้ว่ารอบเดือนคุณจะมาเดือนหน้า วันที่ 13 คุณก็รู้ได้ว่าวันปลอดภัยคือวันที่ 6 7 8 9 10 11 12 ดังนั้นพอถึงวันที่ 6 คุณก็รู้ว่าถึงวันปลอดภัยแล้ว มีเพศสัมพันธ์กันได้โดยไม่ต้องกังวลใจว่าจะตั้งครรภ์

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเดือนหน้ารอบเดือนจะมาเมื่อไห ร่
การ นับวันปลอดภัยนี้ใช้ได้เฉพาะคนที่มีรอบเดือนมา “สม่ำเสมอ” เท่านั้น เช่น คนหนึ่งมีระยะรอบเดือน28วัน ก็แปลว่าทุกๆ 28 วันก็จะมีรอบเดือนครั้งหนึ่ง เช่น รอบเดือนมาวันแรกวันที่ 20 กันยายน นับมาอีก 28 วัน ครบ28 วันตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม พอวันที่18 ตุลาคมรอบเดือนก็จะมา เดือนหน้านับไปอีก 28วัน ก็จะครบ28วันตรงกับวันที่14 พฤศจิกายน รอบเดือนก็จะมาวันที่ 15 พฤศจิกายน อย่างนี้เรียกว่ารอบเดือน”มาสม่ำเสมอ” หรือ”มาตรงกำหนด” (แต่ไม่ตรงวันที่ของปฎิทิน]

หรืออีกคนมีระยะรอบ เดือน 32 วัน ก็แปลว่าทุกๆ 32 วันจะมีรอบเดือนมาครั้งหนึ่ง เช่น รอบเดือนมา วันที่ 11 เมษายน นับมาอีก 32วัน จะครบวันที่ 12 พฤษภาคม ดังนั้นวันที่ 13 พฤษภาคมรอบเดือนก็จะมา คนๆนี้ก็สามารถคาดได้ว่าเดือนมิถุนายน รอบเดือนจะมาวันที่ 14 มิถุนายน ช่วงปลอดภัยของเธอคือ 7 8 9 10 11 12 13 มิถุนายน

กรณีที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ไม่สามารถใช้วิธีนับวันปลอดภัยได้
อย่าง บางคน รอบเดือนมาสะเปะสะปะ เดือนก่อนโน้น มาวันที่ 15ของปฏิทิน เดือนต่อมามาวันที่ 12 แล้วเดือนต่อมามาวันที่ 19 หรือเอาแน่นอนไม่ได้ มาบ้างไม่มาบ้าง อย่างนี้จะใช้วิธีนับวันปลอดภัยไม่ได้

ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในวันมีรอบเดือนจะปลอดภัยไหม
โดยปกติก็ปลอดภัย ถ้ารอบเดือนคุณไม่มามากกว่าคราวละ 7วัน

ถ้ามีเพศสัมพันธ์เลย 7วันหลังไปวันสองวันจะปลอดภัยไหม
กรณี นี้ต้องอธิบายยาวหน่อย สิ่งแรกที่คุณต้องทราบก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีไข่สุกแล้วไม่มีการปฏิสนธิ อีก 14 วันรอบเดือนก็จะมา สมมุติว่าไข่ตกวันที่ 12 มิถุนายน แล้วไม่มีเพศสัมพันธ์กันเลย วันที่ 26 มิถุนายน รอบเดือนก็จะมา

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าไข่จะตกเมื่อไหร
คน ที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมาสะเปะสะปะ มาบ้างไม่มาบ้าง เอาแน่นอนไม่ได้ ก็ไม่มีทางคำนวนได้ แต่ถ้ารอบเดือนมาสม่ำเสมอ คุณกะวันที่รอบเดือนจะมาคราวหน้าได้ คุณก็สามารถกะวันไข่ตกได้ เช่น ระยะรอบเดือนของคุณมาทุก 26 วันแน่นอน ครบ 26 วันก็มา อย่างนี้คุณก็สามารถกะวันรอบเดือนจะมาคราวหน้าได้ เช่น เดือน มิถุนายน รอบเดือนมาวันที่ 11 นับไปอีก 26 วัน ก็ตรงกับวันที่ 6กรกฏาคม ดังนั้นเดือนกรกฏาคม รอบเดือนควรมาวันที่ 7

นับถอยหลังมา 14 วัน ก็จะตรงกับวันที่ 23 มิถุนายน ก็คือวันไข่สุก นั่นคือวันไม่ปลอดภัยสุดๆ แต่การสุกของไข่ก็ไม่ได้เป๊ะๆ อย่างนั้น อาจสุกก่อนหน้านั้นสองวัน หรือหลังนั้นวันสองวันก็ได้ จึงต้องเผื่อไว้อีก 4 วัน คือวันที่ 21 22 24 25 ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมี 5 วัน คือวันที่ 21 22 23 24 25 มิถุนายน

แต่ ไข่เมื่อสุกแล้วก็มีคุณสมบัติที่จะอยู่ผสมได้อีก 24 ชั่วโมง ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาอีก 1วัน คือวันที่ 26 (สมมุติว่ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 26 ไข่สุกวันที่ 25 ก็ยังท้องได้) ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงเพิ่มมาอีก 1 วัน รวมเป็น 6 วันคือ 21 22 23 24 25 26

ยัง..ยังไม่หมดแค่นั้น เชื้ออสุจิเมื่อเข้ามาในตัวหญิงนั้น มีคุณสมบัติที่จะผสมกับไข่ได้อีก 48 ชั่วโมง ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาอีก 2 วัน คือวันที่ 19 20 (ถ้ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 19 แล้วเกิดไข่สุกวันที่ 21 ก็ท้องได้ ) รวมแล้ววันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาเป็น 8 วัน คือวันที่ 19 20 21 22 23 24 25 26 จะเห็นได้ว่ากรณีนี้ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์เลย 7 วันหลังไป 2 วัน (รอบเดือนมาวันที่ 11 และ7 วันหลังคือ 11 12 13 14 15 16 17 ) คือวันที่19 ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว

แต่ถ้าเกิดระยะรอบเดือนคุณยาว เช่น 33 วันมาครั้ง (ดูตามปฏิทิน รอบเดือนจะเลื่อนออกไปทุกเดือน) กรณีนี้สบายใจได้หน่อย

ยก ตัวอย่างกรณีข้างต้น เป็นอีกคนที่มีระยะรอบเดือน 33 วัน รอบเดือนมาวันที่ 11 มิถุนายน คราวต่อไป(นับไปอีก 33 วัน) รอบเดือนก็จะมาวันที่ 14 กรกฏาคม ไข่คนนี้จะสุกวันที่30มิถุนายน (นับถอยหลังมา 14 วันจากวันที่ 14) วันไม่ปลอดภัย 8 วันนั้นคือ 26 27 28 29 30 มิถนายน 1 2 3 กรกฏาคม ดังนั้นถ้าคนนี้มีเพศสัมพันธ์วันที่ 19 (เลย 7วันหลังมา 2วัน) ก็ยังอุ่นใจว่า ยังห่างจากวันไม่ปลอดภัยแยะ ก็ไม่น่าตั้งท้อง จะเห็นได้ว่า คน สองคนมีเพศสัมพันธ์เลย 7 วันหลังไป 2 วันเหมือนกัน แต่โอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ต่างกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าระยะรอบเดือนของคนนั้นสั้นหร ือยาว

สรุป
1. ถ้ารอบเดือนคุณมาไม่ส่ำเสมอ ก็อาจมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีรอบเดือนได้ค่อนข้างปลอดภัย ถ้ามีรอบเดือนไม่เกิน 7 วัน
2. ถ้าระยะรอบเดือนของคุณสั้น การมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 7 วันหลังโดยเฉพาะวันท้ายๆก็หมิ่นเหม่ทีเดียว
3. การจะใช้วิธีนับวันปลอดภัย 7 หน้า 7 หลัง ควรเป็นคนที่มีรอบเดือนมาส่ำเสมอ
4. หลังจาก “7 วันหลัง” (นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา) แล้ว ความปลอดภัยจะลดลงเรื่อยๆ จนถึง 8 วันอันตรายที่ไม่ปลอดภัยคือช่วงเสี่ยงสุดๆ พอพ้น 8 วันอันตรายไปแล้ว ความปลอดภัยก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น จนถึง 7 วันก่อนรอบเดือนคราวหน้าจะมา ก็จะเป็นช่วงปลอดภัยหายห่วงอีกครั้ง

ที่มา ไทยรัฐ

วัยรุ่น กับ การมีเพศสัมพันธ์

วัยรุ่น กับ การมีเพศสัมพันธ์

ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ/จากหนังสือคู่มือ เลี้ยงลูกถูกวิธีชีวีเป็นสุข”

14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันวาเลนไทน์ ซึ่งหลายคนก็บอกว่าเป็นวันแห่งความรัก และมีค่านิยมบางอย่างของวัยรุ่นบางคนที่ใช้วันแห่งความรักเป็นวันแห่งการ “เสียตัว” หรือการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งในสังคมไทยหรืออีกหลายประเทศถือว่ายังเป็นช่วงวัยที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร เป็นปัญหาที่สร้างความหนักอกให้กับบรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งกับค่านิยมดังกล่าว เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมายโดยเฉพาะปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวชที่หลายคนไม่อาจคาดเดาได้
บทความที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ได้รับความอนุเคระห์จากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่นของประเทศไทย คือท่าน ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ ที่ได้กรุณาทีมงานกรมสุขภาพจิต มอบบทความอันทรงคุณค่าสำหรับประชาชนหลายคนที่สนใจติดตามบทความของอาจารย์อย่างมากมาย ทางเวปป์ไซด์กรมสุขภาพจิต (ซึ่งดูได้จากเรตติ้งการอ่านสูงสุดอันดับต้นๆหลายบทความ) สำหรับนำเสนอต่อประชาชนที่สนใจข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจิตและจิตเวช เรื่อง “วัยรุ่น กับ การมีเพศสัมพันธ์” 

ท่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จาก หนังสือคู่มือ “เลี้ยงลูกถูกวิธีชีวีเป็นสุข” ได้ค่ะ

เพศสัมพันธ์ เพศสัมพันธ์ เพศสัมพันธ์ เป็นคำที่ต่างเพศต่างวัยต่างสถานการณ์ ฟังแล้วรู้สึกไปได้หลายแบบหลายอย่างจนแทบไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องธรรมชาติของคนเรา เป็นเรื่องที่คู่กับคนมาตั้งแต่มีคนเกิดขึ้นในโลกนี้คู่แรก จนขณะนี้คนก็สืบพันธุ์แพร่ขยายจนพลเมืองโลกมีประมาณ 6 พันล้านแล้ว ทำไมเพศสัมพันธ์จึงยังเป็นอะไรที่ไม่เข้าที่เข้าทางหรือทำไมคนทั้งโลกจำนวนไม่น้อยเลยยังไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ให้เกิดปัญหากับตัวเอง ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน เป็นทุกข์ใจทุกข์กาย หรือเหตุใดคนจำนวนหนึ่งยังคงมีเพศสัมพันธ์อย่างไม่เหมาะสม คือไม่เพียงแต่จะทำความเดือดร้อนใจและกายอย่างแสนสาหัส เหมือนแต่โบราณมาเท่านั่น เพศสัมพันธ์ในปัจจุบันยังอาจนำไปสู่ความตายได้ เช่น ตายจากโรคเอดส์ ตายจากการฆ่ากันด้วยความแค้น ความหึงหวง ความตาย! ใครๆ ก็กลัว ใครๆ ก็ไม่อยากตาย ทุกคนจึงน่าจะหันมาสนใจเรื่องเพศสัมพันธ์ให้มากจะได้ไม่เดือดร้อน จะได้ไม่ต้องตายโดยไม่จำเป็น เพราะทุกชีวิตที่เกิดมาแล้วกว่าจะฝ่าฟันชีวิตจนโตพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้ก็นับว่าเป็นชีวิตที่แสนจะมีค่า เราจึงต้องทะนุถนอมชีวิตและจิตใจของเราเองเพื่อตัวเรา เพื่อคนที่เรารัก และเพื่อคนที่รักเรา และเพื่อคนที่รักเราด้วยจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ดีงามและสบายใจด้วยกันทั้งหมด

ผู้เขียนเป็นจิตแพทย์จึงมีโอกาสพบเห็นวัยรุ่นที่เดือดร้อนจากเรื่องเพศสัมพันธ์มาเล่าให้ฟัง เช่น

วัยรุ่นหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเรียนอยู่ ปวช. ปีสุดท้ายได้กินยาจำนวนมากเพื่อฆ่าตัวตาย หนีปัญหาชีวิตเพราะความเครียดจัด และมองไม่เห็นทางออกอย่างอื่น คงโชคดีสักนิดที่วิธีฆ่าตัวตายไม่รุนแรง แพทย์จึงช่วยชีวิตไว้ได้เพราะยาที่กินบังเอิญสามารถแก้ฤทธิ์ได้ แต่ยาบางชนิดที่กินโดยผู้พยายามฆ่าตัวตายบางคนแพทย์จะช่วยไม่ได้ ผู้เขียนจึงถูกตามเพื่อช่วยแก้ปัญหาของเด็กสาวผู้นี้ ไม่เช่นนั้นถ้าแพทย์ปล่อยให้เธอกลับบ้านทั้งๆ ที่ยังแบกปัญหาอยู่ เด็กสาวผู้นี้อาจกลับไปฆ่าตัวตายซ้ำอีกได้

จากการสัมภาษณ์พูดคุยพบว่า วัยรุ่นผู้นี้ท้องถึง 6 เดือนกว่าแล้ว แฟนหนุ่มซึ่งเป็นนักเรียนเช่นกันไม่ยอมรับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น ทำตัวหายหน้าหายตาไปเลย หลบเลี่ยงไม่ยอมมาพบเจอทั้งสิ้น ฝ่ายหญิงก็พยายามหาทางออกโดยบุกบั่นไปถึงบ้านพ่อแม่ของแฟนหวังพึ่งผู้ใหญ่ให้ช่วยแก้ปัญหา แต่เธอกลับได้รับความช้ำใจยิ่งนัก เพราะพ่อแม่แฟนกลับบอกว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเธอท้องกับลูกชายของเขา เธออาจไปท้องกับใครมาก็ได้แล้วจะมาให้ลูกชายเขารับเป็นพ่อ เธอจึงเสียใจมากที่ถูกดูถูกเหยียดหยาม ในที่สุดท้องก็โตขึ้นทุกวันไม่สามารถจะปิดบังได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจนำเรื่องไปปรึกษาพ่อแม่ตัวเอง พ่อแม่ของเธอก็เช่นกันไม่เป็นที่พึ่งได้กลับด่าว่าลูกสาวตัวเองมากมาย เช่น แม่ว่าส่งให้เรียนหนังสือ ทำไมใจง่ายไปเที่ยวนอนกับผู้ชายจนท้อง ไม่รักดี ใจง่าย โง่ ปล่อยให้ผู้ชายหลอก “ฟัน” เล่นๆ แล้วสลัดทิ้งแบบไม่ใยดี แบบไม่มีค่าอะไรเลย พร้อมบอกว่าพ่อแม่ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ผูกเองก็แก้เอง ถ้าปล่อยให้ท้องก็ไม่ต้องเรียนหนังสือต่อแล้ว พ่อแม่จะไม่ส่งเรียนต่อ ถ้าจะเรียนก็ต้องไม่ท้อง พ่อแม่เองก็ฐานะไม่ดีมากเงินทองก็มีจำกัด ถ้าปล่อยให้ท้องต่อก็ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงหลานให้ คือไม่ต้องการเด็กในท้องอย่างแน่นอน

วัยรุ่นสาวผู้นี้อายุยังไม่ครบยี่สิบปี ยังมีความอ่อนต่อโลกมากนัก เมื่อพบความเครียด ความทุกข์ ปัญหาหนักขนาดนี้ หันหน้าไปไหนก็ไม่มีใครช่วย แม้กระทั่งพ่อแม่ตัวเองก็ไม่ช่วย จึงรู้สึกสับสน เสียใจ ผิดหวังซ้ำซ้อน ไม่มีทางออกจึงคิดจบปัญหาด้วยความตายนั่นเอง เพราะจะไปทำแท้งก็ไม่มีเงินพอ อีกทั้งท้องก็มีอายุมากเกินกว่าจะทำแท้งได้แล้ว อันตรายเกินไป

จิตแพทย์ฟังแล้วสามารถเข้าใจถึงความกดดันที่เด็กสาววัยรุ่นผู้นี้ได้รับ จึงคิดปรึกษาหาทางออกด้วยกันว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำลายชีวิตตัวเองและลูกเพื่อแก้ปัญหา เพราะมีมูลนิธิที่สังคมได้ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเรื่องแบบนี้โดยเฉพาะ เธอสามารถไปอาศัยอยู่ที่นั่นจนกระทั่งคลอดลูก แล้วทางมูลนิธิจะรับเลี้ยงลูกให้จนกระทั่งหาพ่อแม่ที่จะมารับไปเป็นลูกบุญธรรมต่อไป ส่วนตัวแม่เองหลังคลอดพักฟื้นแล้วก็สามารถกลับไปเรียนต่อจนจบได้ เรื่องจึงลงเอยได้ด้วยดีพอประมาณ แต่วัยรุ่นทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์แบบไม่เหมาะสมอาจประสบชะตากรรมร้ายแรงกว่าคนนี้ เช่น พอพบว่าท้องก็ไปพยายามทำแท้งกับหมอเถื่อน ซึ่งมีโอกาสจะติดเชื้อโรคแล้วตายจากการติดเชื้อ ซึ่งพบอยู่เป็นประจำเพราะหมอเถือนเขาทำไม่ถูกต้องเครื่องมือก็สกปรก บางครั้งก็ทำมดลูกทะลุก็มี น่ากลัวจริงๆ

วัยรุ่นตัวอย่างที่หมอเล่าให้ฟังนี้ ไม่ใช่จะพ้นปัญหาไปอย่างไม่เหลืออะไรติดค้างในใจเพราะลึกๆ เขาอาจรู้สึกบาป ที่ได้ทอดทิ้งลูกตัวเองไป อาจรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี ฉะนั้นในอนาคตถ้าชีวิตต้องเผชิญอะไรไม่ดี เธออาจคิดผูกโยงมากับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ว่า เพราะเธอทำบาปไว้จึงต้องประสบชะตากรรมไม่ดี คิดในทำนองกรรมตามสนอง แม้ในการให้คำปรึกษา จิตแพทย์จะพยายามให้ความคิดเหล่านี้ไม่ตกค้างต่อไป เช่น พูดว่าความผิดพลาดของชีวิตย่อมเกิดขึ้นได้ และการแก้ปัญหานั้นก็ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องแล้ว ลูกที่มีคนรับไปเลี้ยง เขาก็จะมีชีวิตที่ดีกว่า เพราะเราไม่พร้อมจะเลี้ยงเขา และเขาไม่เป็นที่ยอมรับของปู่ย่าตายายและพ่อของตัวเอง จึงน่าจะปล่อยเขาไปมีชีวิตที่ดีกว่ากับคนที่พร้อมกว่า กับคนที่ยอมรับเขาและรักเขา แม่ที่ยกลูกให้คนอื่นมักจะยังมีความทรงจำเรื่องนี้อยู่ ทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะลืมเรื่องราวเหมือนกับมันไม่เคยเกิดขึ้นได้ แต่จะทำใจได้แค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่อง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคืออย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจะดีกว่ามาก จะได้ไม่มีตราบาปในใจไปตลอดชีวิต

เรื่องวัยรุ่นสาวท้องไม่มีพ่อ ท้องตอนเป็นนักเรียน หรือท้องโดยยังไม่ได้แต่งงานไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่หมอจำความได้ จนบัดนี้ทำงานมาหลายสิบปี เรื่องแบบนี้ก็ยังเกิดขึ้นตลอดเวลาในสังคม เกิดขึ้นจนพ่อแม่กลัว พ่อแม่บางคนกลัวมากไปพลอยทำให้ลูกสาวเดือดร้อน ขาดโอกาสในชีวิตไปเลยก็มี เช่น 

ญาติรุ่นพี่ของหมอคนหนึ่งอยู่ต่างจังหวัดซึ่งเป็นคนหัวดีเรียนเก่ง แต่พ่อแม่ไม่ยอมให้มาเรียนต่อกรุงเทพฯ ด้วยกลัวลูกสาวจะมาเสียคนเพราะห่างไกลพ่อแม่ เนื่องจากลูกสาวข้างบ้านมาเรียนที่กรุงเทพฯ แล้วก็มาท้องตอนเป็นนักเรียนนี่แหละที่ทำให้เขากลัวญาติผู้นี้ของหมอเลยหมดโอกาสที่จะได้รับการศึกษาที่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้ชีวิตแบบหญิงชาวบ้านที่จบประถม 4 คือต่อมาก็แต่งงานมีลูกเลี้ยงลูกไปทำงานบ้านไป ชีวิตของเขาต้องขึ้นอยู่กับสามีและลูก ถ้าสามีและลูกดีชีวิตก็ดีไม่มีปัญหา ถ้าเจอสามีและลูกไม่ดีก็ต้องช้ำใจ ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือไว้ให้มากนัก

คำถามจึงมีอยู่ว่า ทำไมเรื่องแบบนี้จึงเกิดแล้วเกิดอีก ป้องกันไม่ได้เลยหรือเรื่องเพศเป็นเรื่องไม่ดีหรือไม่ ไม่ใช่แน่ เรื่องเพศสัมพันธ์ก็เหมือนดาบสองคม ใช้เป็นจะดี ให้ความสุข ใช้ไม่เป็นจะเป็นทุกข์เหมือนโดนมีดบาด ดังนั้นเรื่องนี้คงเกิดจากความไม่เข้าใจ ความไม่รู้ การรู้ไม่เท่าทันโลกของทั้งวัยรุ่นชายและหญิง เพราะสังคมของเราไม่มีการเรียนรู้เรื่องเพศให้เป็นกิจจะลักษณะ ไม่มีการให้เพศศึกษาที่ถูกต้องให้เด็กโตขึ้นมาไปเรียนรู้เอาเองตามยถากรรม ผิดๆ ถูกๆ ตามเรื่องตามราว จึงเกิดเรื่องได้บ่อยๆ วัยรุ่นที่อยู่ห่างไกลสายตาพ่อแม่จึงมีโอกาสผิดพลาดสูงกว่าวัยรุ่นที่พ่อแม่คอยดูแลใกล้ชิด ซึ่งก็อาจใกล้ชิดจนวัยรุ่นอึดอัดจนอกจะแตกได้เช่นกัน

การให้ความรู้กับลูกเรื่องเพศจึงเป็นเรื่องสำคัญ ควรให้ตั้งแต่เด็กเลย (ขอเชิญผู้สนใจหาอ่านได้จากหนังสือของหมอชื่อ “เลี้ยงลูกถูกวิธีชีวีเป็นสุข” ในบท สอนลูกเรื่องเพศ) แต่ในที่นี้จะพูดเฉพาะในวัยรุ่น

ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ ผู้เขียน


ประจำเดือน เลือดเสียจริงหรือ ?

ประจำเดือน เลือดเสียจริงหรือ ?

คุณทราบไหมประจำเดือนคืออะไร?

ใน การดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ ต้องมีการขยายเผ่าพันธุ์ เพศชายมีการสร้างสเปิร์ม อวัยวะที่ สร้างก็คือ อัณฑะ ในขณะที่ผู้หญิงมีการสร้าง “ไข่” ซึ่งอวัยวะที่สร้างก็คือ รังไข่ นั่นเอง เมื่อมีการผสมกันระหว่างสเปิร์มและไข่ ก็จะได้ออกมาเป็นตัวอ่อนซึ่งจะเจริญเติบโตเป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดาในที่สุด
ส่วนกลไกการหมุนเวียนของ “ไข่” มีความเกี่ยวพันกับประจำเดือนอย่างไร?

โดย ปกติผู้หญิงจะมีการตกไข่เดือนละหนึ่งครั้ง หมายความว่า “ไข่” จะหลุดออกมาจากรังไข่ แล้วเดินทางตามท่อนำไข่ มาปรากฎที่มดลูก ซึ่งหากในช่วงดังกล่าวมีเพศสัมพันธุ์เกิดขึ้น สเปิร์มก็จะวิ่งเข้าไปในมดลูก เพื่อผสมกับไข่ เกิดเป็นตัวอ่อนขึ้น ซึ่งจะเจริญเติบโตเป็นทารกในที่สุด

แล้ว เกี่ยวกับประจำเดือนตรงไหน ใจเย็นๆกำลังจะถึงแล้ว ตามปกติฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จะหลั่งออกมาทำให้ผนังของมดลูกหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรอรับการฝังตัวของ “ไข่” ที่ได้รับการผสมกับสเปิร์ม เพื่อตัวอ่อนที่ปฏิสนธิขึ้นสามารถเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ แต่หากไข่ไม่ได้รับการผสมจากสเปิร์ม จะเกิดอะไรขึ้น? ระดับของฮอร์โมนจะตกลง ทำให้เยื่อบุมดลูกไม่สามารถคงสภาพอยู่ได้ ทำให้เกิดการหลุดลอกตัวของเยื่อบุมดลูก การลอกตัวของมดลูกนี่เองที่กลายมาเป็นเลือดประจำเดือน ซึ่งในทุกๆเดือน หากไข่ที่ตกไม่ได้รับการผสมกับสเปิร์ม ก็จะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือนทุกๆ เดือน ดังนั้นประจำเดือนที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เลือดเสียแต่อย่างใด แต่เป็นเยื่อบุมดลูกที่ร่างกายของผู้หญิงสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการฝังตัว ของไข่หากแต่ไม่ได้รับการผสมนั่นเอง

ประจำเดือนในผู้หญิงนั้นมีความ แตกต่างกัน บางคนมีมาก บางคนมีน้อย บางคนมาทุก 25 วัน 28 วัน 30 วัน 35 วัน ขึ้นกับสุขภาพของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามปกติแล้วควรจะมาอย่างสม่ำเสมอทุกๆ เดือน สาเหตุที่

ประจำ เดือนเลื่อน ไม่มาตามกำหนด (ทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์) ที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะความเครียด หากมีความวิตกกังวล เช่น เตรียมตัวสอบ ทะเลาะกับแฟน มีปัญหาเรื่องการทำงาน หรือมีความขัดแย้งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกิดภาวะจิตใจไม่ปกติ ส่งผลทำให้ฮอร์โมนมีความผิดปกติไปด้วย ประจำเดือนจึงเลื่อนออกไปในที่สุด โดยที่มิได้ตั้งครรภ์แต่อย่างใด หากเมื่อความเครียดทุเลาเบาบางลง ประจำเดือนก็จะมาในที่สุด ไม่ต้องไปรับประทานยาขับประจำเดือนแต่อย่างใด ที่อาจเป็นปัญหาคือ บางคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วแยกไม่ได้ว่าเป็นเพราะตั้งครรภ์หรือเปล่า แบบนี้ต้องตรวจการตั้งครรภ์จากปัสสาวะ โดยอาจไปซื้อชุดตรวจตามร้านขายยาก็ได้ หรือหากต้องการความมั่นใจก็ไปพบแพทย์ให้ตรวจอย่างละเอียดดีที่สุดครับ เพราะอาจมาจากสาเหตุอื่นๆ

ก็มีเหมือนกันที่บางคนมีประจำ เดือนมาห่างมากๆ คือมาทุก 2-3 เดือนเป็นนี้เป็นประจำ แปลว่าร่างกายมีการตกไข่ทุก 2-3 เดือน ซึ่งต่างจากผู้หญิงทั่วไป แต่ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับตัวเขาเองที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่คนที่มีประจำเดือนทิ้งระยะห่างนานแบบนี้มักจะตั้งครรภ์ยากนะครับ

นอก จากนี้ยังมีเรื่องน่ารู้สำหรับคุณผู้หญิงอีกหลายเรื่องที่ควรระวังและสังเกต หากคุณมีประจำเดือนมามากๆ ในแต่ละครั้ง อาจทำให้เกิดปัญหาเลือดน้อย หรือ “โลหิตจาง” หรือ “ซีด” ได้นั่นเอง ผลที่ตามมาคือ ขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากในเม็ดเลือดแดงประกอบด้วยฮีโมโกลบิน ที่ประกอบด้วย “ฮีม” กับโปรตีนที่ชื่อ “โกลบิน” ซึ่งฮีมนั้นมีส่วนประกอบสำคัญคือ “ธาตุเหล็ก” ทำหน้าที่จับกับออกซิเจน เพื่อนำไปส่งยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย วิธีการแก้ไขก็คือ ต้องแก้ไขสองอย่าง คือเพิ่มปริมาณของเลือดแดง โดยรับประทาน “ธาตุเหล็ก” เสริมเข้าไป อย่างที่สองคือ ต้องแก้ไขประจำเดือนที่มามากกว่าปกติ ขอแนะนำให้ปรึกษาสูติ-นรีแพทย์

ใน บางคนอายุ 40-45 ปี อยู่ในช่วงที่ประจำเดือนกำลังจะหมด เพราะฮอร์โมนเพศเริ่มผลิตลดลง มักจะมีความผิดปกติของประจำเดือน เช่น บางคนมาน้อยลง บางคนมามากขึ้น บางคนมาช้าลง บางคนมาถี่ขึ้น กะปริดกะปรอย มาพร้อมๆ กับอาการ “วัยทอง” เช่น อาการร้อนวูบๆ วาบๆ ตามตัว ขี้หงุดหงิด ใครทำอะไรขัดใจนิดหน่อยก็จะพาลโกรธเอาได้ง่ายๆ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย แต่บางคนอาการก็ไม่มากพอทนได้ ก็จะหายไปเองเมื่อร่างกายปรับตัวได้ แต่บางคนอาการรุนแรงจนทนไม่ไหว รบกวนจิตใจและคุณภาพชีวิตเป็นยิ่งนัก แบบนี้ก็แนะนำว่าปรึกษาสูติ-นรีแพทย์เช่นกัน

หากไปปรึกษาสูติ-นรี แพทย์แล้วเขาอาจจะให้ฮอร์โมนเพศหญิงเพื่อช่วยในการบรรเทาอาการ ซึ่งแนวทางการรักษานี้ก็เปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ยุคหนึ่งไม่แนะนำให้ใช้ฮอร์โมนเพศหญิงมากๆ นานๆ เพราะมีอุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งในระบบสืบพันธุ์สูงขึ้น คือมะเร็งมดลูก รังไข่ รวมถึงมะเร็งเต้านม ยุคถัดมาก็เปลี่ยน แปลงไปบ้าง คือ แพทย์จะแนะนำให้ใช้ฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้วซึ่งคิดว่า ปลอดภัยพอสมควร ส่วนมากจะให้ในผู้ที่มีอาการมากๆ จนอาจทำให้คุณภาพชีวิตเสียไป ไม่แนะนำให้กับทุกคน

แหล่งที่มา :: pooyingnaka

สร้าง “ความพร้อม” ก่อนแต่งงาน

สร้าง “ความพร้อม” ก่อนแต่งงาน

สิ่งสำคัญของการที่จะมีชีวิตคู่อย่างมีความสุขก็คือความพร้อม ซึ่งความพร้อมในที่นี้หมายถึงหลายๆ อย่างค่ะ ที่ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกสบายใจ ไร้ความวิตกกังวลและมีความรู้สึกเป็นสุขอย่างแท้จริง วันนี้ มีข้อมูลดีๆ ที่เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนการแต่งงานและหลังแต่งงานมาฝากทุกคนกันค่ะ

ถ้าเกิดจะมีความสัมพันธ์ตามที่กล่าวมาตามข้างต้นคือ “ความพร้อม” ก็ ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปนักขอเพียงอย่ามองว่าการมีชีวิตคู่เป็นสิ่งที่น่า กลัว ยุ่งยากและและยุ่งเหยิง เพราะการมีคู่หรือไม่มีถ้าคิดว่าาเป็นเรื่องที่ธรรมดาไม่ว่าวันใดก็ต้องเจอ ค่อนข้างแน่นอนค่ะ

สร้าง "ความพร้อม" ก่อนแต่งงานภาพประกอบ สร้าง “ความพร้อม” ก่อนแต่งงาน

สำหรับ ชีวิตคู่ที่ประสบปัญหาที่ไม่เข้าใจกันและไม่มีความสุขนั้นมาจากปัญหาที่ควบ คุมอารมณ์ไม่ดีพอนั่นเองค่ะ ไม่สามารถเอาชะนะความโลภความไม่รู้จักพอ และที่สำคัญคือ การตั้งความหวังกับการใช้ชีวิตคู่เอาไว้สูงเกินไปนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะคุ่ที่มีความพร้อมมากที่สุดก่อนที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แต่เมื่อคู่นั้นก้าวมาถึงเป้าหมายแล้ว ความรู้สึกของความเป็นเจ้าของในทุกๆ อย่าง ถึงแม้จะแต่งงานใช้ชีวิตคู่กันด้วยความรู้สึกที่มีให้แก่กันทั้งสอง ฝ่ายอย่างลึกซึ้งนั่นเองค่ะ

แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้น สัณชาตญาณการปกป้องตัวเองจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ การเรียกร้องความยุติธรรมและสิทธิส่วนตัว สิทธิประโยชน์ทางด้านทรัพย์สินที่น่าจะได้ ทำให้ความรักที่เคยมีมานั้นจืดจางและอาจถึงขั้นเลือนหายไปในที่สุดเลยก็ว่า ได้นะค่ะ ซึ่งอาจจะเหลือไว้แต่หน้าที่ความรับผิดชอบ และความผูกพันธ์ที่เคยมีมายาวนาน ความอดทนอดกลั้นหายไป มีทิฐิแรงกล้า ถือตนเป็นใหญ่ ทำให้สัมพันธภาพย่ำแย่ตามไปด้วย ตามกาลเวลานั่นเองค่ะ

ทางทีมงาน ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคู่ที่มีความรักและคู่ที่กำลังจะแต่งงานกัน ในเร็ววันหรือในอนาคตด้วยนะค่ะ และความสุขแม้มันอาจจะไม่ได้มาง่ายๆ ลำบากบ้าง ท้อแท้บ้าง แต่ในที่สุดแล้วเราก็มีสิ่งนั้นที่เรียกว่า “ความสุข” นั่นเองค่ะ

ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนตค่ะ