Category Archives: การดูแลผิวพรรณ

วิธีแก้ไขปัญหา “หน้ามันเยิ้ม”

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว ทำไมยังหน้ามันไม่หายสักที นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์, ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม

*ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ*

เช่น ขาหมู, ไอสกรีม, กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง

*ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามันคือ*

รู ขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้มใจอีกเรื่อง

*การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน*

1. ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้งก็พอ เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป กลับจะเป็นโทษคือทำให้ผิวหน้าอักเสบระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็กก็พอ ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วหน้าตึงมาก

2. ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comidogenic) และควรมีสารป้องกันแสง UV ที่จะมาทำลายผิวด้วย

3. การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) และปราศจากน้ำมัน (Oil-free)

ถ้าปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวแล้วยังมี หน้ามันมาก มีรูขุมขนกว้างหรือมีสิวขึ้นจนขาดความมั่นใจ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะคุณหมอจะมียาทาบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่อุดตันตามรูขุมขนออกไป เช่น ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA, BHA ฯลฯ ทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้น
ส่วนยารับ ประทานที่ควบคุมความมันบนใบหน้า เป็นยาอันตรายนะคะ! ซื้อทานเองหรือเอาไปแบ่งเพื่อนทานก็ไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น

ที่มา heyhaparty

ต้านชราด้วยวิธี Anti-aging จากตำราพระไตรปิฎก

เมื่อเรารู้เหตุแห่งความชรา นอกจากเราจะหลีกเลี่ยงได้แล้ว ยังมีวิธีปฏิบัติตามแนววิถีพุทธ ที่ว่าด้วยเรื่องของ ‘อายุ วรรณะ สุขะ  พละ’ โดยประยุกต์มาเป็นหลัก 3H เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย และปฏิบัติได้จริงดังนี้
Healthy Weight การควบคุมน้ำหนัก ระวังไม่ให้อ้วนเกินไป สามารถปฏิบัติได้ง่าย โดยพยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภท  แป้งและน้ำตาล หรือกินให้น้อยลง เพราะเป็น สาเหตุที่ทำให้อ้วนและแก่ตัว
Healthy Diet-Lifestyle คือ อาหารสุขภาพดี ได้แก่ การกินผักใบเขียวจัดวันละ 5 กำมือ อาทิ บล็อกโคลี ตำลึง หรือผักโขม กับปลาทูวันละ 3 ตัว ซึ่งเท่ากับการกินน้ำมันตับปลา 3 เม็ด ส่วนหลักการออกกำลังกาย ต้องออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง หรือประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์
Healthy-Mind หมายถึงการออกกำลังใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการต้านความชรา โดยแบ่งออกเป็น การออกกำลังสมองและการออกกำลังจิต สำหรับการออกกำลังกายสมองคือ การพยายามใช้สมองทั้งสองซีก ด้านดนตรีบำบัด หรือกิจกรรมที่ไม่เคยทำ ส่วนออกกำลังจิต เป็นความสำคัญของการอยู่กับปัจจุบันให้ได้ จะได้มีความ สุขอยู่ทุกกาลไม่ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นรอบตัว

3 ปฏิบัติการฟื้นบำรุงผิวในแบบ FORCE SUPREME

1 เพิ่มความกระชับให้แก่ผิว
ด้วยหน่อสนซีดาร์ ญี่ปุ่นที่ได้รับการสกัดและผสมผสานไว้ในเนื้อผลิตภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน จะช่วยเสริมคุณค่าการสร้างเซลล์ผิวชั้นนอกใหม่ เพื่อเติมเต็มความกระชับที่ผิวชั้นบนสุด พร้อมฟื้นคืนความอิ่มเอิบสู่ผิวชั้นนอก
การปกป้อง : แพลง ตอนสกัดจากน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ เดอโมโบติกลิขสิทธิ์เฉพาะจากไบโอเธิร์ม ช่วยเสริมปราการป้องกันเซลล์ผิวชั้นนอกตามธรรมชาติเพื่อคงความอ่อนเยาว์ของ ผิวให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน

2 ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านอันเป็นสาเหตุแห่งริ้ว
รอย ด้วยส่วนผสมจากกรดไขมันที่จำเป็น (โอเมก้า 3 และ 6) จึงมอบความรู้สึกสบายผิวในทันทีที่ใช้ เพื่อป้องกันความแห้งกร้านอันเป็นผลต่อเนื่องถึงริ้วรอยของผิวคุณ

3 คืนความเปล่งปลั่งและให้สีผิวดูสม่ำเสมอ
ลดเลือน : UNI-ERASER 195 SYSTEM ปฏิบัติการบนผิวชั้นนอกสุดเพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำแห่งวัยที่มีอยู่และ ปรับให้สีผิวดูสม่ำเสมอ
ป้องกัน : FORCE SUPREME ผสานสารกรองรังสียูวีบี (SPF 12) ซึ่งปฏิบัติการเสมือนเกราะคุ้มกันผิวและช่วยป้องกันการปรากฏจุดด่างดำแห่ง วัยอันเนื่องจากแสงแดด

Laughter Yoga : โยคะหัวเราะ
“ดร. มาเดน คาทาเรีย นักฟิสิกส์ จาก Mumbia ประเทศอินเดีย เป็นผู้เริ่มต้นคลับโยคะ โดยเฉพาะโยคะหัวเราะ เป็นการผสมผสานการหัวเราะเข้ากับระบบหายใจแบบโยคะ (Pranayama) ทุกๆ คนสามารถหัวเราะได้อย่างไม่มีเหตุผล โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ขันหรือการดูตลก การหัวเราะคือการออกกำลังกายด้วยร่างกายและสายตา ความสนุกสนาน มันสามารถเปลี่ยนไปสู่โลกความเป็นจริง จุดมุ่งหมายของโยคะหัวเราะนั้นขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยว กับความเป็นจริงที่ว่า ร่างกายมีความแตกต่างระหว่างการหัวเราะกับการเสแสร้ง”

ที่มา:sanook

10 วิธีดูแลมือ เท้า และเล็บ

10 วิธีดูแลมือ เท้า และเล็บ

google_protectAndRun(“ads_core.google_render_ad”, google_handleError, google_render_ad);

ถ้าพูดถึงแฟชั่นแล้ว ทุกส่วนในร่างกายของเราก็มีสิทธิที่จะอัพเดทแฟชั่นได้เท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นผม ที่ต้องคอยตามเทรนด์สี ทรง หรือจะเป็นร่างกาย ที่มักถวิลหาเสื้อผ้าที่ทันสมัย แบบ สีที่ไม่เอาท์ เท้า ก็ยังต้องการรองเท้าแบบที่ใส่สบาย แต่ไม่ตกเทนด์ หรือแม้กระทั่งเล็บ ก็ยังต้องการการแต่งแต้มสีสัน เพื่อความสวยงาม
และวันนี้เราก็มี 10 วิธีการดูแลมือ เท้า หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน และเล็บ ที่ไม่ค่อยได้หายใจเมื่อคุณแต่งแต้มสีสันลงไป
เริ่มต้น เราต้องทำความสะอาดมือ เท้า และเล็บ เสียก่อน โดยการใช้แปรงขนนุ่ม กับสบู่อ่อน ๆ ถูเบา ๆ บริเวณมือ เท้า และเล็บ อย่าลืมที่จะถูใต้เล็บด้วยละ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีเชื้อโรคเข้าไปสะสมอยุ่มากที่สุด หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
2. ควรตัดเล็บมือเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้ง ส่วนเล็บเท้า 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ไม่ควรตัดเล็บจนชิดบริเวณผิวหนังส่วนปลายนิ้วเกินไปเพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อ การเป็นแผลแล้วยังทำให้พื้นที่หน้าเล็บสั้นลงได้ และถ้าตัดชิดขอบลึกลงไปเรื่อยๆ จะดูเหมือนเล็บของคนที่ชอบกัดเล็บซึ่งไม่สวยงาม สำหรับเล็บเท้าควรตัดในแนวตรงเป็นทรงเหลี่ยม ไม่ควรตัดเล็บลงซอกข้างเล็บมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดเล็บขบได้
3. รับประทานที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ เพราะเล็บก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโต เหมือนกัน ส่วนสารอาหารที่เล็บต้องการ เช่น โปรตีน วิตามินเอ ซี และอี รวมถึงแร่ธาตุสังกะสีที่มีอยู่ในอาหารทะเลและเมล็ดธัญพืช
4. นอกจากสารอาหารแล้ว การทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ยังช่วยป้องกันผิวมือไม่ให้หยาบกระด้าง โดยเฉพาะหลังจากที่มือต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน อีกวิธีหนึ่งที่เป็นการป้องกันก็คือ ในช่วงที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ ก็ให้สวมถุงมือทุกครั้ง
5. นวดนิ้วมือและเท้าด้วยครีมบำรุงหรือน้ำมันบำรุงผิว ประมาณ 3-5 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณมือและเท้า ควรนวดบริเวณปลายนิ้วและเล็บด้วยเพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมสร้างเล็บที่ อยู่บริเวณโคนเล็บ ถ้าไม่สะดวกระหว่างวันสามารถทำได้ในช่วงก่อนเข้านอนแล้วสวมถุงมือผ้าและถุง เท้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซึมซาบสู่ใต้ผิวของน้ำมันหรือครีมบำรุง หรือจะใช้สครับสำหรับนวดเท้า เพื่อการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ซึงปัจจุบัน สครับสำหรับมือและเท้าก็หาซื้อได้ง่าย และสามารถทำได้เองที่บ้าน เสียเวลาไม่นาน แต่รับรองว่าสบายผิวแน่นอน
6. เนื่องจากธรรมชาติสร้างเล็บให้ออกมาในรูปแบบของแผ่นโปรตีนชนิดแข็ง และให้ทำหน้าที่ปกป้องปลายประสาทที่มีอยู่มากบริเวณปลายสุดของร่างกายไม่ให้ ได้รับความกระทบกระเทือน อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยในการหยิบจับ และแกะเกา ส่วนหน้าที่งัดแงะของแข็ง หรือว่าใช้เป็นไขควงในการหมุนนั่นหมุนนี่ ผิดวัตถุประสงคืนะคะ อาจจะทำให้เล็บฉีกได้
7. สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าไม่ยอมให้เล็บได้หายใจเลยแล้วละก็ ฟังทางนี้ ควรทาน้ำยารองพื้นเล็บก่อนทาสี เพื่อป้องกันการเกิดสีที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการทาเล็บได้ระยะหนึ่ง และควรทาน้ำยาเคลือบเงาเล็บเพื่อความวาวและติดทนนาน แต่ไม่ควรทาเล็บสีเข้มติดต่อกันนานๆ ควรสลับสีอ่อนบ้าง และควรหยุดพักการทาเล็บเมื่อเห็นว่าสภาพเล็บดูแห้งหรือเกิดสีผิดปกติ
8. ในการเลือกซื้อน้ำยาทาเล็บ ควรคำนึงถึงการเลือกสีให้เหมาะสม ทั้งกับสีผิว โอกาสที่ใช้ สีเสื้อผ้า เครื่องสำอางและบุคลิกของตัวเอง
9. ควรศึกษาอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ เช่น วันหมดอายุ หรือสังเกตสภาพของผลิตภัณฑ์ว่ายังมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยทั่วไปอายุของเครื่องสำอางเล็บอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หรือดูจากลักษณะการแยกตัวของสีหากหมดอายุแล้วไม่ควรใช้เด็ดขาด
10. ในส่วนของเท้าก็ต้องการการดูแลเช่นกัน การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปร่างเท้าของเราก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วย รักษาเท้าให้มีสุขภาพดี ซึ่งในการเลือกซื้อรองเท้านั้น เราควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่พอดี ไม่คับ หรือหลวมจนเกินไป เพราะการเสียดสีในขณะที่เดินนานๆ จะทำให้ผิวเท้าเกิดหนังที่แข็งด้าน และการใส่รองเท้าที่คับเกินไปบริเวณปลายเท้าอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเล็บขบ เวลาที่เหมาะสมในการเลือกซื้อรองเท้าคือช่วงกลางวันที่เท้าได้เดินจนขยายตัว แล้ว และหลังจากที่ใส่รองเท้าส้นสูงมาตลอดทั้งวัน หลังเลิกงาน ลองแช่เท้าในน้ำอุ่นสัก 10-15 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการเมื่อล้าที่เท้าได้ค่ะ
และนี่ก็คือ 10 วิธีการดูแลมือ เท้า และเล็บของคุณ ให้ดูมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา…
เดลินิวส์

ผิวแบบไหนดูแลยังไง

ผิวของแต่ละคน มีลักษณะที่ต่างกัน จึงย่อมต้องการดูแลที่ไม่เหมือนกันก่อนอื่นมาตรวจสอบกันก่อนว่า คุณมีผิวชนิดใด

ล้างหน้าให้สะอาด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าทำการตรวจสอบทันทีหลังล้างหน้า อาจทำให้คลาดเคลื่อนได้ เพราะแม้แต่คนที่หน้ามันสุด ๆ ยังดูแห้งได้หลังจากล้างหน้าใหม่ ๆ จึงควรทิ้งเวลาออกไป เพื่อดูการทำงานของต่อมไขมัน โดยใช้กระดาษนุ่ม ๆ บาง ๆ ปิดหน้า ถ้ากระดาษติดหน้าแสดงว่าผิวมัน ถ้าไม่ติดหน้าเลยแสดงว่าผิวแห้ง ถ้ากระดาษติดหน้าเพียงบางส่วนโดยเฉพาะบริเวณทีโซน แสดงว่าคุณมีผิวปกติ

*ผิวแห้ง* เป็นผิวที่ไม่สามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ ทำให้ใบหน้าดูไม่มีชีวิตชีวา และมีโอกาสเกิดรื้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น ๆลักษณะของคนผิวแห้ง …บริเวณแก้มด้านล่างที่ต่อกับคาง และผิวใต้ตาจะดูแห้ง บางครั้งจะลอกเป็นขุย
*วิธีดูแล* หลีกเลี่ยงการใช้โลชั่นเช็ดผิว เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นทางทีดีควรใช้น้ำเปล่าล้างหน้าในช่วงเช้า ส่วนช่วงเย็น ซึ่งต้องล้างเครื่องสำอางออก ควรเลือกใช้ ครีมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งจะรู้สึกผิวลื่น ๆหลังล้างหน้า ส่วนก่อนนอนควรบำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าสำหรับคนที่หน้าแห้งมาก จนแตกเป็นลายงา ให้เพิ่มมอยเจอร์ไรเซอร์ในช่วงเช้าและกลางวัน แต่คนผิวแห้งก็มีข้อดี คือ รูขุมขน มักกระชับมองดูหน้าเนียนและไม่ค่อยมีปัญหาใบหน้ามันย่อง จนทำให้แต่งหน้าไม่ติดทน

*ผิวมัน* ผิวประเภทนี้ จะมีความมันกระจายอยู่ทั่วใบหน้า และจะมีความมันมากเป็นพิเศษบริเวณทีโซน…หรือแถวหน้าผาก คาง และจมูก คนผิวมันดูเหมือนว่า จะเกิดริ้วรอยได้ยากกว่าคนผิวแห้ง แต่ก็ทำความสะอาดได้ยากกว่า และเนื่องจากต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ จึงทำให้รูขุมขนใหญ่ ผิวหน้าดูหยาบกว่าคนผิวแห้ง ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของคนผิวมัน คือ เมื่อไขมันออกมาเคลือบใบหน้ามาก ๆ เข้า ทำให้ใบหน้าดูมันย่อง หน้าตาไม่สดใส แต่งหน้าก็มักไม่ติดทน
*ขั้นตอนการดูแล* เลือกใช้สบู่อ่อน ๆ หรือเจลใสล้างหน้า และไม่จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อย ๆ ถ้าหน้ามันมาก ให้ใช้กระดาษซับหน้า คอยดูดซับน้ำมันออก จะช่วยให้ผิวหน้าผ่องขึ้นได้ ส่วนเครื่องสำอาง เลือกใช้ชนิด Oil-free เพื่อไม่ให้ใบหน้าดูมันเยิ้ม

*ผิวปกติ* จริง ๆ แล้วคนส่วนใหญ่ มักมีผิวลักษณะนี้ คือ จะมีน้ำมันเคลือบผิวบาง ๆ บริเวณทีโซน คือส่วนของหน้าผาก และจมูกจะมีความมันมากกว่าส่วนของแก้ม ในขณะที่ผิวรอบดวงตาและส่วนของแก้มลงมาจนถึงคอ จะดูแห้งกว่าบริเวณทีโซน
*ขั้นตอนการดูแล* ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ และไม่ควรใช้โลชั่นทีมีส่วนผสมของแอลกฮอล์ เพราะจะทำให้คุณเป็นคนผิวแห้งได้ ส่วนการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ให้เลือกทาเฉพาะส่วนของของแก้ม และผิวรอบดวงตา เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย
ที่มา:heyhaparty.com

มือบอกสุขภาพ

 

อาการนิ้วชา
คุณรู้สึกว่ามือเย็นและชาๆ บ่อยไหม แม้ว่าอากาศจะไม่ได้หนาวก็ตาม ถ้ามีปัญหานี้ อาจแสดงว่าคุณกำลังเผชิญกับโรคเรย์นอยด์ (Raynaud’s Disease) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ เส้นเลือดบริเวณมือตีบ ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ไม่ดี ทำ ให้เกิดอาการชา นิ้วมือซีดขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ในทางการแพทย์ยังไม่ ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคนี้ แต่น่าจะเชื่อมโยงกับการเป็นรูมาตอยด์ และมีแนว โน้มว่ายิ่งอายุมากขึ้นอาการของโรคจะยิ่งเลวร้ายตามไปด้วย

คุณจะทำอะไรได้บ้าง
การปรับระบบการไหลเวียนโลหิตคือกุญแจสำคัญ ขิงสามารถช่วยปรับการไหลเวียนให้ดี ขึ้นได้ ลองดื่มน้ำขิงร้อนๆ วันจะแก้ว ส่วนใบแปะก๊วยก็ช่วยการไหลเวียนเลือดได้ ดีเช่นเดียวกัน หรือรับประทานผลไม้จำพวกผลเบอร์รี่ ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ ช่วยขยายหลอดเลือด

เหงื่อออกที่ฝ่ามือ
สำหรับบางคนอาการที่เกิดขึ้นในวัยหมดประจำเดือนทำให้เหงื่อออกที่มือได้ เนื่อง จากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายเปลี่ยนแปลง อาจปรับตัว ไม่ทัน มีเหงื่อออกมาเพื่อระบายหรือปรับความร้อนในร่างกายให้เย็นลง หรืออาจเกิด ขึ้นเมื่อคุณมีความเครียดด้วยก็ได้

คุณจะทำอะไรได้บ้าง
สมุนไพรบางอย่างสามารถช่วยลดอาการเหงื่อออกในวัยหมดประจำเดือนได้ ควรหลีกเลี่ยง เครื่องดื่มร้อนๆ และอาหารรสจัด ซึ่งจะไปเพิ่มความร้อนในร่างกาย หากรู้สึก เครียด ให้หยดน้ำมันหอมกลิ่นลาเวนเดอร์สัก 2-3 หยดลงบนกระดาษทิชชู เอาไว้สูดดม เมื่อรู้สึกเครียด

จุดสีน้ำตาล และริ้วรอยเหี่ยวย่น
รอยจุดสีน้ำตาลที่ปรากฏบนมือ เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี เนื่องจากโดนแสง แดดเป็นเวลานาน มักจะเกิดขึ้นกับคนในวัย 40 ขึ้นไป หากเกิดขึ้นกับผิวของคุณ แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่คุณต้องหันมาใส่ใจกับการทาครีมกันแดดให้มากขึ้น ส่วนริ้ว รอยเหี่ยวๆ ย่นๆ บนมือก็บ่งชี้ว่าผิวพรรณกำลังขาดความชุ่มชื้นอย่างหนัก

คุณจะทำอะไรได้บ้าง
จุดเหล่านี้สามารถจางลงได้ง่ายๆ ด้วยการใช้น้ำมะนาวมานวดถูมือเป็นประจำ และอย่า ลืมทาครีมสำหรับทามือที่มีส่วนผสมของสารกันแดด แม้ว่าจะเป็นหน้าฝนก็ตาม การ เลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างผัก ผลไม้สดก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวโดนแผดเผาทำลายจากแสงแดดได้วิธีหนึ่ง หรือ ถ้าต้องการป้องกันอย่างล้ำลึกก็อาจทานอาหารเสริมร่วมด้วยก็ได้

คุณสามารถวัดอายุผิวด้วยวิธีง่ายๆ โดยการดึงผิวหนังบริเวณหลังมือแล้วปล่อย หาก ผิวไม่กลับคืนเหมือนเดิมในทันที แสดงว่ากำลังขาดความชุ่มชื้นอย่างหนัก ควรดื่ม น้ำให้มากขึ้นให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อคืนความเปล่งปลั่งชุ่มชื้นให้ ผิวเหมือนสมัยสาวๆ

ปวดมือ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ และเริ่มรู้สึกปวดหรือเมื่อยล้า บริเวณมือและข้อ นั่นเป็นเพราะคุณพิมพ์ดีดเป็นเวลานานเกิน ทำให้เส้นเอ็นถูกใช้ งานมากเกินไป จนรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณมือ

คุณจะทำอะไรได้บ้าง
ควรพักจากการใช้คอมพิวเตอร์ไปทำอย่างอื่นเสียบ้าง เปลี่ยนอิริยาบถ ลุกขึ้นบิด ขี้เกียจคลายความเมื่อยล้า หรือเดินบ้าง อาจลุกไปชงกาแฟ หรือจะนั่งออกกำลังให้ มือด้วยวิธีง่ายๆ ก็ได้ เริ่มโดยกำมือให้แน่นประมาณ 10 วินาที จากนั้นคลายมือ ออกโดยพยายามกางนิ้วมือให้ยืดออกมากที่สุดเท่าที่จะยืดได้ แล้วปล่อยมือตามปกติ ก่อนจะทำซ้ำตั้งแต่เริ่มอีก 5-10 ครั้ง

ผื่นแดง
ผื่นแดง และอาการแสบร้อนที่มักเกิดบริเวณหลังมือ ส่วนใหญ่เป็นผลจากการแพ้สาร เคมี อย่าง ผงซักฟอก หรือพวกน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ และบางครั้งอาจจะเกิดจากการ ใช้ถุงมือยางเป็นเวลานาน จนทำให้ผิวอ่อนบาง แพ้ง่าย โดนอะไรนิดหน่อยก็คันและ เป็นผื่นง่าย

คุณจะทำอะไรได้บ้าง
ทาครีมสำหรับลดผื่นคัน หากต้องการป้องกันไม่ให้เกิดอาการผื่นแดงขึ้นอีก สามารถ เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวด้วยการนวดด้วยน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันจากเมล็ด อัลมอนด์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และพยายามหลีกเลี่ยงสารเคมีที่แพ้ ไปใช้พวก ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีนั้นๆ แทน

หัตถศาสตร์ : ศาสตร์แห่งการดูลายมือ
นักอ่านลายมือเชื่อว่าเส้นสำคัญที่เชื่อมโยงกับสุขภาพของคนเราคือเส้นชีวิต ลอง มองดูที่มือข้างซ้ายสิ จะเห็นจุดเริ่มต้นของเส้นชีวิตจะอยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่ มือกับนิ้วชี้โค้งยาวลงไปถึงฐานของมือ เส้นนี้แสดงถึงระดับพลังอันเข้มแข็ง ขณะ ที่เส้นเล็กๆ ที่แยกออกไปจากเส้นนี้บ่งชี้ว่าเจ้าของฝ่ามือกำลังเผชิญกับความ เครียด เส้นสมอง อยู่ถัดขึ้นไปจากเส้นชีวิต เชื่อมโยงกับเรื่องของอารมณ์ สุขภาพ จิต หากมีเส้นตัดจนเกิดเป็นแท่งเล็กๆ แสดงว่าคุณกำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าหรือ กังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่

เส้นหัวใจ
เป็นเส้นที่อยู่บนเส้นสมอง เส้นนี้จะบอกเกี่ยวกับชีวิตรักและสุขภาพ ของหัวใจ ถ้ามีจุดๆ เกาะกลุ่มกันเหมือนเกาะเล็กๆ แสดงว่าคุณมีแนวโน้มที่จะมี ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด ส่วนเส้นสุขภาพ คือเส้นระหว่างนิ้วก้อยและนิ้วนางที่ โค้งลงไปถึงฐานของนิ้วหัวแม่มือ เป็นเส้นที่บ่งชี้ถึงสุขภาพกาย ถ้าเห็นไม่ชัด หรือไม่มีเส้นนี้ แสดงว่าสุขภาพของคุณยังแข็งแรงดีอยู่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

นวดกดจุด
นักนวดกดจุดเชื่อว่าจุดต่างๆ บนฝ่ามือนั้นเชื่อมโยงกับอวัยวะส่วนต่างๆของร่าง กาย การนวดกดจุดเหล่านี้สามารถช่วยวิเคราะห์และรักษาอาการผิดปกติต่างๆ ของอวัยวะเหล่านั้นได้ อย่างอวัยวะที่เป็นคู่ เช่น ปอด จะเชื่อมโยงกับจุดบนมือ ทั้งสองข้าง ขณะที่อวัยวะใดที่อยู่ด้านซ้ายของร่างกายก็จะเชื่อมโยงกับจุดบนมือ ซ้าย เช่นเดียวกับอวัยวะด้านขวาก็จะปรากฏตำแหน่งของมันอยู่ที่มือขวา นักบำบัดจะ รู้เมื่อกดลงไปเจอจุดบอบบางหรือก้อนเล็กๆ ว่ามันกำลังบ่งชี้ถึง “พลังอันอ่อน ล้า” ของอวัยวะส่วนใด

คุณสามารถนวดกดจุดฝ่ามือได้ด้วยตัวเอง โดย
- ลดอาการคั่งของเลือด : นวดปลายนิ้วโดยเริ่มจากนิ้วก้อยแล้วไล่ไปเรื่อยๆ จนถึง นิ้วหัวแม่มือ จะช่วยลดอาการของไซนัสได้
- ลดความเครียด : บริเวณที่ติดกับฐานของนิ้วหัวแม่มือเชื่อมโยงกับต่อมควบคุม เกลือและน้ำของร่างกายซึ่งจะทำงานหนักเมื่อคุณเครียด ลองนวดเบาๆ สิ จะช่วยลด ความตึงเครียดในวันอันแสนยุ่งเหยิงของคุณได้ดีทีเดียว

การอ่านลายมือแบบจีน
ทางตำราแพทย์จีน รูปทรงของมือสามารถบ่งบอกถึงบุคลิกของคุณได้นะ มาดูสิว่าคุณ เป็นคนแบบไหนบ้าง
- ฝ่ามือทรงสี่เหลี่ยม-นิ้วสั้น : เป็นคนใฝ่รู้ ชอบฝึกฝนทดลองและขยัน
- ฝ่ามือยาว-นิ้วสั้น : เป็นคนที่มีลางสังหรณ์ และบางครั้งก็หุนหัน ใจเร็ว
- ฝ่ามือยาว-นิ้วเรียวยาว : เป็นคนอ่อนไหวและมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว
- ฝ่ามือเป็นสี่เหลี่ยม-นิ้วยาว : เป็นคนฉลาด ไหวพริบปฏิภาณดี
ที่มา :heyhaparty.blogspot.com

ผิวแบบไหน…ดูแลอย่างไร

ผิวของแต่ละคน มีลักษณะที่ต่างกัน จึงย่อมต้องการดูแลที่ไม่เหมือนกันก่อนอื่นมาตรวจสอบกันก่อนว่า คุณมีผิวชนิดใด

ล้างหน้าให้สะอาด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าทำการตรวจสอบทันทีหลังล้างหน้า อาจทำให้คลาดเคลื่อนได้ เพราะแม้แต่คนที่หน้ามันสุด ๆ ยังดูแห้งได้หลังจากล้างหน้าใหม่ ๆ จึงควรทิ้งเวลาออกไป เพื่อดูการทำงานของต่อมไขมัน โดยใช้กระดาษนุ่ม ๆ บาง ๆ ปิดหน้า ถ้ากระดาษติดหน้าแสดงว่าผิวมัน ถ้าไม่ติดหน้าเลยแสดงว่าผิวแห้ง ถ้ากระดาษติดหน้าเพียงบางส่วนโดยเฉพาะบริเวณทีโซน แสดงว่าคุณมีผิวปกติ

*ผิวแห้ง* เป็นผิวที่ไม่สามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ ทำให้ใบหน้าดูไม่มีชีวิตชีวา และมีโอกาสเกิดรื้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น ๆลักษณะของคนผิวแห้ง …บริเวณแก้มด้านล่างที่ต่อกับคาง และผิวใต้ตาจะดูแห้ง บางครั้งจะลอกเป็นขุย
*วิธีดูแล* หลีกเลี่ยงการใช้โลชั่นเช็ดผิว เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นทางทีดีควรใช้น้ำเปล่าล้างหน้าในช่วงเช้า ส่วนช่วงเย็น ซึ่งต้องล้างเครื่องสำอางออก ควรเลือกใช้ ครีมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งจะรู้สึกผิวลื่น ๆหลังล้างหน้า ส่วนก่อนนอนควรบำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าสำหรับคนที่หน้าแห้งมาก จนแตกเป็นลายงา ให้เพิ่มมอยเจอร์ไรเซอร์ในช่วงเช้าและกลางวัน แต่คนผิวแห้งก็มีข้อดี คือ รูขุมขน มักกระชับมองดูหน้าเนียนและไม่ค่อยมีปัญหาใบหน้ามันย่อง จนทำให้แต่งหน้าไม่ติดทน

*ผิวมัน* ผิวประเภทนี้ จะมีความมันกระจายอยู่ทั่วใบหน้า และจะมีความมันมากเป็นพิเศษบริเวณทีโซน…หรือแถวหน้าผาก คาง และจมูก คนผิวมันดูเหมือนว่า จะเกิดริ้วรอยได้ยากกว่าคนผิวแห้ง แต่ก็ทำความสะอาดได้ยากกว่า และเนื่องจากต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ จึงทำให้รูขุมขนใหญ่ ผิวหน้าดูหยาบกว่าคนผิวแห้ง ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของคนผิวมัน คือ เมื่อไขมันออกมาเคลือบใบหน้ามาก ๆ เข้า ทำให้ใบหน้าดูมันย่อง หน้าตาไม่สดใส แต่งหน้าก็มักไม่ติดทน
*ขั้นตอนการดูแล* เลือกใช้สบู่อ่อน ๆ หรือเจลใสล้างหน้า และไม่จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อย ๆ ถ้าหน้ามันมาก ให้ใช้กระดาษซับหน้า คอยดูดซับน้ำมันออก จะช่วยให้ผิวหน้าผ่องขึ้นได้ ส่วนเครื่องสำอาง เลือกใช้ชนิด Oil-free เพื่อไม่ให้ใบหน้าดูมันเยิ้ม

*ผิวปกติ* จริง ๆ แล้วคนส่วนใหญ่ มักมีผิวลักษณะนี้ คือ จะมีน้ำมันเคลือบผิวบาง ๆ บริเวณทีโซน คือส่วนของหน้าผาก และจมูกจะมีความมันมากกว่าส่วนของแก้ม ในขณะที่ผิวรอบดวงตาและส่วนของแก้มลงมาจนถึงคอ จะดูแห้งกว่าบริเวณทีโซน
*ขั้นตอนการดูแล* ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ และไม่ควรใช้โลชั่นทีมีส่วนผสมของแอลกฮอล์ เพราะจะทำให้คุณเป็นคนผิวแห้งได้ ส่วนการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ให้เลือกทาเฉพาะส่วนของของแก้ม และผิวรอบดวงตา เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย
ที่มา:heyhaparty.blogspot.com

สุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่สุด

เพื่อให้สมกับเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับหกดาว Re-Nutriv สุดยอดครีมบำรุงผิวของเอสเต้ ลอเดอร์ จึงให้กำเนิดนิยามใหม่ของการดูแลผิว ด้วยเทคโนโลยี Re-Nutriv Life-Renewing Molecule ซึ่งเกิดจากการผสมผสานของสารสกัดที่หาได้ยากและมีคุณสมบัติพิเศษ ได้แก่ หินทูร์มารีนสีดำ, ไข่มุกทะเลใต้ และผลอณูทองคำแท้ โดย “อลิศรา พรหมผลิน” ผู้จัดการทั่วไปเอสเต้ ลอเดอร์ ทุ่มงบปิดห้องออเธอร์ส เลานจ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล นำเสนอ Re–Nutrive Ultimate Lift Age–Correcting Collection สุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ล่าสุดแห่งปี ที่สามารถรับมือกับปัญหาผิวร่วงโรยก่อนวัยและฟื้นบำรุงให้ดูเปล่งปลั่งมี ชีวิต ชีวาอย่างรวดเร็ว
ทีม ผู้บริหารเคลย์ เดอโป โบเต้…ตุลกร ศิริวัฒนกุล, กุลสิรี อรรถจินดา, มร.โยชิอากิ โอกาเนะ, มร.มาซาโตะ ยามาดะ และ ดร.โนบูโยชิ โคกะ.
อัมพรพิมพ์ วัชราภัย และ อลิศรา พรหมผลิน ภูมิใจนำเสนอแบรนด์ เอสเต้ ลอเดอร์.
งานนี้ได้กูรูและดีไซเนอร์เครื่องประดับชื่อดัง “ฟอร์ด–กุลวิทย์ เลาสุขศรี” มาบอกเล่าความรู้เรื่องอัญมณีและแร่ ธาตุต่างๆ  อย่าง  แร่ทองคำ ซึ่งมีตำนานมายาวนานตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ พระนางคลีโอพัตราได้ใช้ หน้ากากทองคำบริสุทธิ์ครอบไว้ที่หน้า เพื่อรักษาความอ่อนเยาว์และความสดใสของผิวพรรณ หรือแม้แต่นางในราชสำนักของจีน ก็ยังใช้ลูกกลิ้งทำด้วยทองคำกลิ้งที่หน้า เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังและเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวได้เร็ว ขึ้น ส่วน ไข่มุก หากนำมาบดและผสมกับครีมบำรุงผิว จะช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวขาวกระจ่างเปล่งประกายสดใสขึ้น และ ทูร์มาลีน สีดำ เป็นอัญมณีที่ช่วยกระตุ้นพลังทำให้ผู้สวมใส่สดชื่นมีชีวิตชีวา ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
ฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี แนะคุณค่าอัญมณีและแร่ธาตุต่างๆ.

ด้าน เคลย์ เดอ โป โบเต้ แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากญี่ปุ่น ภายใต้การนำของ มร.โยชิอากิ โอกาเบะ และ ดร.โนบูโยชิ โคกะ จัดงาน “The Sensation of Brilliance and Evolution for elegant beauty” แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ “Intensive Facial Contour Serum u” ในงานยังมีเหล่าเซเลบริตี้ที่ใส่ใจการดูแลผิวหน้า อาทิ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, จริยดี ธรรมวิทย์, สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา, อาภาศิริ นิติพน ฯลฯ มาร่วมเผยเคล็ดลับความงาม ซึ่งต่างเห็นตรงกันว่า ต้องหมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ ที่สำคัญคือ การทำความสะอาดผิวหน้าทุกครั้งก่อนนอนอย่างสะอาดหมดจด และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพ

ที่มา ไทยรัฐ

รักษาสิว ด้วยหอมแดง8

วันนี้เรามี เกร็ดความรู้ บทความ สุขภาพ เคล็ดลับ ความสวยความงาม เรื่องดี ๆ มาฝากอีกแล้วค่ะ  ซึ่ง เกร็ดความรู้ บทความ สุขภาพ เคล็ดลับ ความสวยความงาม นี้เป็นเรื่องของ หอมแดง พืชผักสวนครัว ที่สามารถใช้ในการรักษา สิว ได้ ใครที่เป็น สิว อยู่อยากรู้วิธีกำจัด สิว คลิกอ่านที่นี่เลยค่ะ
ใครทราบบ้างว่า หอมแดงยังมีสรรพคุณช่วยในการรักษาสิว ลบรอยด่างดำที่เกิดจากสิวได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน…

หอมแดงช่วยในการรักษาสิวได้ เพราะในหอมแดงสดจะประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติมากมาย เช่น ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยเจริญอาหาร และช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของสิว

วิธีทำ คือ นำหัวหอมแดงสดนำมาฝานเป็นแว่นบางๆ หรือทุบเบาๆ แตะน้ำที่ซึมออกมาจากหัวหอมนำมาทาบางๆ บริเวณที่เป็นสิวหรือรอยจุดด่างดำ แล้วรอยสิวก็จะค่อยๆ จางหายไปในไม่ช้า

ใครที่เป็นสิว ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปทำตามกันดูได้นะคะ

ที่มา http://hilight.kapook.com/view/18021

เคลียร์สิว ยิ้มรับหน้าใส

   Acne หรือสิว เป็นการอักเสบของระบบต่อมไขมัน (sebaceous) ในรูขุมขน ปกติไขมันที่สร้างจากต่อมไขมันจะออกมาตามรูขุนขน หากมีการอุดตันของทางเดินก็จะทำให้เกิดสิว สิวมีหลายชนิดที่พบบ่อยๆได้แก่ สิวธรรมดาหรือที่เรียกว่า Acne vulgalis สิวหัวดำ สิวที่มีการอักเสบเป็นหนอง บางรายมีตุ่มหนองด้วย
สาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดสิว
ฮอร์โมน ร่างกายสร้างฮอร์โมน Androgen ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปีดังนั้นจึงพบสิวมากในวัยนี้และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี
การผลิตไขมันมากขึ้นและร่วมกับเซลล์ผิวหนัง และเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิว
มีการเปลี่ยนแปลงของรากขน รากผมเจริญเร็วเซลล์มีการแบ่งตัวเร็ว และมีเซลล์ที่ตายมาก จึงเกิดการอุดตันของต่อมไขมัน
แบททีเรียโดยเฉพาะชื่อ Propionibacterium acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว
สิวมากหรือน้อยเกิดจากอะไรกันบ้าง
กรรมพันธ์
การทำงานของต่อมไขมัน ถ้ามากกว่าปกติจะผลิตความมันมากและร่วมกับการดูแลรักษาความสะอาดไม่ทั่วถึงก็ทำให้เกิดสิว
อาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว แต่ก็มีความเชื่อกันว่าการทานอาหารที่มัน หรือหวานจะเกิดสิวได้ง่าย
อากาศ ขึ้นกับแต่ละคนบางคนเป็นมากในฤดูหนาว บางคนฤดูร้อน
อารมณ์ คนที่อารมณ์ดีจะเกิดสิวน้อยกว่าคนที่อารมณ์เสีย
เครื่องสำอางค์เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว ควรสบู่ที่เหมาะกับสภาพผิวหนัง คนที่มีแห้งควรจะใช้สบู่ที่เป็นด่างอ่อน คนที่ผิวมันก็อาจจะใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างมากขึ้นได้ หรืออาจจะใช้สบู่ที่มีด่างอ่อนแต่ล้างหน้าบ่อยขึ้น
ครีมบำรุงผิวก็ต้องเลือกใหถูกกับผิวหน้า คนที่ผิวแห้งไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอร์เป็นส่วนประกอบ คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีความมันสูง
การระคายผิว เช่นการล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว
ยาบางชนิดทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น เช่น INH, Iodides, Bromide, Steroid, Testosterone Gonadotropine, Anabolic, steroid, ยาคุมกำเนิด
การรักษาสิว
งดใช้เครื่องสำอางที่ทำให้เกิดสิว หรือเลือกเครื่องสำอางที่ถูกกับผิวหน้า
ห้ามบีบหรือแกะสิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สิวลุกลาม
อาหารสามารถรับประทานได้แต่ก็ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่มัน และหวานและก็อย่ารับประทานมากจนอ้วน
ห้ามถูหน้าแรงๆในขณะล้างหน้า ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งและใช้ผ้าซับเบาๆ
คนที่หน้ามันให้ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ
การเลือกยาทาสิวขึ้นกับชนิดของสิวซึ่งควรจะปรึกษาแพทย์
การเลือกรับประทานยาขึ้นกับแพทย์ที่ดูแลซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสม
การกดสิว ใช้รักษาสิวทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว แต่ในกรณีรูเปิดเล็กมากหรือปิด อาจจะต้องใช้เข็มหรือเลเซอร์เพื่อให้รูเปิดใหญ่ขึ้น การกดต้องทำให้ถูกวิธีเพราะหากกดผิดวิธีจะทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบ
การฉีดสิว ข้อดีทำให้การอักเสบลดลงเร็ว แวถ้าฉีดมากไปหรือลึกเกินไปจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเกิดรอยบุ๋ม
การใช้แสงเลเซอร์ซึ่งมีหลายชนิด สำหรับสิวและรอยสิวชนิดต่างๆ
การใช้เครื่องมือแพทย์หลายๆชนิด เช่น เครื่องมือผลักยารักษาสิว, การผลัดเซลล์ผิววิธีต่างๆ
ที่มา http://women.mthai.com/views_health_11_47_41679_1.women

ประโยชน์ของการแช่หรืออาบน้ำนม

ในทุกสูตรความงามของธรรมชาติ, นมเป็นส่วนผสมที่พบบ่อยและมีการใช้เป็นพัน ๆ ปีสำหรับ secretes ในความงามของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หนึ่งในผู้หญิงที่บันทึกประวัติศาสตร์ที่เก่าที่สุด; ความลับของคลีโอพัตราและนุ่มผิวสวยของเธอถูกแช่น้ำนม คลีโอพัตราใช้น้ำนมของอูฐเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเธอเป็นประจำ ในการจัดหาอาหารโดยตรงกับผิวเธอใช้ในการกรอกแท้ยังไงกับนมอูฐ. ประโยชน์แช่น้ำนมมีการถกเถียงเมื่อกว่าปี ในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อนมประโยชน์ต่อผิว นมเป็นแหล่งอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆที่ให้บริการหลากหลายของผิวดีขึ้นวัตถุประสงค์ ขณะที่นมมีชนิดที่แตกต่างกันของกรดก็ทำงานสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผิว “กรด”คำว่าไม่น่ากลัวสำหรับนมเป็นชนิดที่มีอยู่ในนมจะอ่อนเกินไปที่จะก่อให้เกิดการเผาไหม้ของผิว

นมมีความเย็นและมีผลต้านการอักเสบที่ผิวหนังและดังนั้นจึงมีการใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการดูแลผิว นมมีปริมาณกรดแลคติก, กรดอัลฟา – ไฮดรอกซิที่จะนำเซลล์ผิวที่ตายแล้วแตกต่างจากผิวหนังชั้นนอกออกใหม่, สด, ชั้นนอกนุ่มใน กรดแลคติกยังมีรายงานที่จะทำให้ผิวหนา, ความยืดหยุ่นมากขึ้นและดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้กรดแลคติกสามารถกระตุ้นการงอกใหม่ของเซลล์ผิว กรดแลกติกทำหน้าที่เป็นน้ำยาทำความสะอาดอ่อนโยนต่อผิว ปัจจุบันมีการปลูกพืชนมทุกอย่างขึ้นในการดูแลผมจากธรรมชาติมาสก์ผิวหน้าโลชั่นและน้ำยาทำความสะอาดให้นมอาบน้ำและแม้กระทั่งการรักษา

ขอบคุณ Content จาก : total-quality