Category Archives: โรคภูมิแพ้

มารู้จักโรคภูมิแพ้กันดีกว่า

มารู้จักโรคภูมิแพ้กันดีกว่าโรคภูมิแพ้คืออะไร

เมื่อพูดถึงโรคภูมิแพ้ หลายคนจะนึกถึงแต่เฉพาะคนที่มีอาการของหวัดเรื้อรัง น้ำมูกไหลเป็นเดือนๆ ความจริงแล้วโรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มของโรคที่แสดงอาการได้กับหลายระบบของร่างกาย สาเหตุของโรคภูมิแพ้เกิดจากปฏิกริยาที่ร่างกายมีต่อสารก่อภูมิแพ้ซึ่งสาร เหล่านี้ไม่ทำให้เกิดปฏิกริยาในคนปกติ สารก่อภูมิแพ้ที่พบเป็นสาเหตุได้บ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น แมลงสาบ ขนสัตว์ รังแคจากสัตว์ เชื้อรา เกสรดอกไม้ เป็นต้น

โรคที่จัดอยู่ในกลุ่มของโรคภูมิแพ้
• จมูกอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง (Allergic/Non-allergic rhinitis) : คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันจมูก อาการอาจเป็นครั้งคราวตามฤดูกาล หรือเป็นตลอดทั้งปีก็ได้
• หอบหืด (Asthma)  : ไอ แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หายใจมีเสียงวิ๊ดๆ
• เยื่อบุตาอักเสบจากอาการแพ้  (Allergic conjunctivitis)  : ตาแดง คันตา น้ำตาไหล แสบตา เปลือกตาบวม
• ผื่นแพ้พันธุกรรม (Atopic dermatitis/Eczema)  :  ผื่นคันแห้งแดงบริเวณข้อพับแขน ขา หัวเข่า ข้อศอก หรือบริเวณอื่นๆของร่างกาย
• ผื่นแพ้ผิวหนังจากการสัมผัส  (Contact dermatitis)  : ผื่นคันที่เกิดจากการแพ้สารต่างๆที่มาสัมผัส เช่น ผงซักฟอก เครื่องสำอาง ยาย้อมผม ตุ้มหู ถุงมือ เป็นต้น
• ลมพิษ (Urticaria)  : ผื่นนูน คัน คล้ายตุ่มยุงกัด เกิดตามผิวหนังส่วนต่างๆของร่างกาย
• แพ้อาหาร (Food allergy)  : อาจมีอาการแสดงได้ตั้งแต่ อาเจียน ท้องเสีย ผื่นขึ้นตามตัว รวมไปถึงภาวะ  อาหารที่พบว่าเป็นสาเหตุได้บ่อยได้แก่ นม ไข่ ถั่วลิสง อาหารทะเล เป็นต้น
• ภาวะ Anaphylaxis  :  เป็น  ปฏิกริยาการแพ้ที่รุนแรง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที ทำให้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัดเหมือนเป็นหอบหืด ความดันโลหิตต่ำ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พบในคนที่แพ้อาหาร แพ้ยา โดนแมลงและสัตว์ต่างๆกัดต่อย เช่น ผึ้ง ต่อ แตน มด

ปัจจัยเสริมที่ทำให้โรคภูมิแพ้กำเริบ
• การเปลี่ยนแปลงของอากาศ เช่น อากาศเย็นหรือร้อน หรือ เวลาโดนลม
• สารระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ กลิ่นน้ำหอม น้ำยาหรือสารเคมีต่างๆ
• ภาวะตึงเครียดจากการอดนอน หรือมีอารมณ์ตึงเครียด

ทำอย่างไรจึงรู้ว่าเป็นภูมิแพ้
ในคนที่มีลักษณะอาการที่เข้าข่ายของโรคภูมิแพ้ แพทย์จะทำการทดสอบทางผิวหนัง (skin test) ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัยโรค และหาสาเหตุของการแพ้ นอกจากนี้แพทย์อาจใช้การตรวจอื่นๆร่วมด้วย เช่น การทดสอบสมรรถภาพของปอด (spirometry) ในรายที่สงสัยว่าจะมีโรคหอบหืด หรือมีความผิดปกติอื่นๆของปอด

เพื่อความแม่นยำในการแปลผลการทดสอบทางผิวหนัง  ก่อนมาพบแพทย์ควรงดยาลดน้ำมูก (antihistamine)  เป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง และ อาจต้องงดนานกว่านั้นถ้ารับประทานยาที่ออกฤทธิ์ยาวนาน

เมื่อไหร่ควรจะไปพบแพทย์โรคภูมิแพ้
ท่านควรจะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้เมื่อมีอาการต่อไปนี้
• แน่นจมูกหรือมีน้ำมูกมากจนทำให้หายใจไม่สะดวก
• เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง
• รับประทานยายาลดน้ำมูกแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น
• โรคภูมิแพ้/หอบหืด ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันหรือทำกิจกรรมได้ตามปกติ
• โรคหอบหืดที่มีอาการหายใจติดขัด หรือแน่นหน้าอกบ่อยๆ ไอหรือหายใจดังวิ๊ดๆบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานอนหรือขณะออกกำลังกาย
• ได้รับการรักษาด้วยยาที่รักษาโรคหอบหืดแล้วแต่ยังมีอาการไอและแน่นหน้าอกบ่อยๆ

การรักษาโรคภูมิแพ้
1. หลีกเลียงสิ่งต่างๆที่แพ้
2. การรักษาด้วยยา
• ยากลุ่ม Antihistamine หรือที่เรียกกันว่ายาแก้แพ้/ลดน้ำมูก การเลือกใช้ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ยาบางชนิดมีผลทำให้ง่วงนอนได้
• ยาพ่นกลุ่มสเตียรอยด์ มีผลข้างเคียงน้อย ได้ผลดีในการรักษา
3. การฉีดยารักษาภูมิแพ้ (Allergy shot/Immunotherapy)  เป็นการรักษาโดยการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกายของผู้แพ้ทีละน้อยๆ และค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นจนผู้ป่วยมีความต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ วิธีนี้จะต้องใช้เวลา  3 – 5 ปี เป็นวิธีที่สามารถควบคุมอาการแพ้ได้ดี ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถลดหรือหยุดการใช้ยารับประทานหรือยาพ่นได้

เรียบเรียงโดย พญ. วรัตดา ปลายเนตร

โรคภูมิแพ้ ที่มา โรงพยาบาลสมิติเวช