Tag Archives: สมุนไพรไทย

ประโยชน์ของมะตูม

สรรพคุณของมะตูมเชื่อไหมค่ะว่าสรรพคุณของมะตูมและประโยชน์ของมะตูมนี้มีมากมายจนหลายๆ คนนึกไม่ถึงเลยทีเดียวค่ะ มะตูมเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่หลายๆ คนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า สรรพคุณของมะตูม และ ประโยชน์ของมะตูม นั้นมีมากมายเพียงใด เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยกินน้ำมะตูมกันมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะน้ำมะตูนนั้นจะมีกลิ่นหอม ดื่มแล้วจะทำให้ชุมคอแก้กระหายได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นมะตูมยังเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมที่ไม่เคยจางหาย แต่ทว่า สรรพคุณของมะตูม และ ประโยชน์ของมะตูม ยังคงไม่หมดแต่เพียงเท่านั้นนะค่ะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราไปดู สรรพคุณของมะตูม และ ประโยชน์ของมะตูม กันเลยดีกว่านะค่ะว่าจะมีมากมายสักแค่ไหน เพียงแค่คุณรู้วิธีและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์รับรองว่าคุณจะมองเห็นสรรพคุณต่างๆ มากมายของสมุนไพรไทยใกล้ตัวจนอาจจะไม่ต้องเสียค่ายารักษาที่แพงๆ เลยก็ได้และแถมไม่มีพิษภัยตกค้างกับร่างกายเราอีกด้วย ว่าาแล้วเราก็มาดู สรรพคุณของมะตูม และ ประโยชน์ของมะตูม กันเลยดีกว่าค่ะ

สรรพคุณ / ประโยชน์ของมะตูม
ผลโตเต็มที่ – ฝานเป็นชิ้นบางๆ ตากแห้งคั่วให้เหลือง ชงรับประทาน แก้ท้องเดิน ท้องเสีย ท้องร่วง โรคลำไส้เรื้อรังในเด็ก

ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุก – น้ำมาเชื่อมรับประทานต่างขนมหวาน จะมีกลิ่นหอม และรสชวนรับประทาน บำรุงกำลัง รักษาธาตุ ขับลม

ผลสุก – รับประทานต่างผลไม้ เป็นยาระบายท้อง และยาประจำธาตุของผู้สูงอายุ ที่ท้องผูกเป็นประจำ

ใบ – ใส่แกงบวช เพื่อแต่งกลิ่น

ราก – แก้หืด หอบ แก้ไอ แก้ไข้ ขับลม แก้มุตกิต

วิธีและปริมาณที่ใช้
ใช้ผลโตเต็มที่ ฝานตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่ม ใช้ 2-3 ชิ้น ชงน้ำเดือดความแรง 1 ใน 10 ดื่มแทนน้ำชา หรือชงด้วยน้ำเดือด 2 ถ้วยแก้ว ดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก rspg.or.th ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

โหระพาไทย โหระพาเทศ

โหระพาไทย โหระพาเทศโหระพามีชื่ออื่นๆ คือ อิ่มคิมขาว (ฉาน-แม่ฮ่อง-สอน) กอมก้อ (เหนือ อีสาน) นางพญาร้อยชู้ โหระพาไทย โหระพาเทศ ห่อกวยซวย ห่อวอซู
โหระพาเป็นพืชตระกูลเดียวกับกะเพราและแมงลักแต่กลิ่นรสต่างกัน
ชื่อโหระพาภาษาอังกฤษคำว่า Basil มาจากภาษากรีก basileus แปลว่า “ราชา หรือ ผู้นำของปวงชน” ชื่อนี้เนื่องมาจากกลิ่นดุจเครื่องหอมในราชสำนักของโหระพา

ชื่ออื่นของโหระพาในภาษาแถบยุโรปมีรากศัพท์มาจากคำว่าราชานี้ทั้งสิ้น เชื่อว่าเป็นส่วนประกอบของสมุนไพรที่ราชวงศ์ยุโรปโบราณใส่ในน้ำอาบ

โหระพาเป็นไม้ล้มลุก สูง 0.5-1 เมตร ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม กิ่งอ่อนสีม่วงแดง

ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 4-6 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ขอบจักเป็นฟันเลื่อยห่างๆ มีขนอ่อนปกคลุมใบและต้น

ดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกยาว 7-12 เซนติเมตร มีใบประดับสีเขียวอมม่วงซึ่งจะคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกมีโคนเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 2 ส่วน เกสรตัวผู้ 4 อัน ผลขนาดเล็ก ผลแห้งมี 4 ผลย่อย เมล็ดเล็กเท่าเมล็ดงา สีน้ำตาลเข้ม

โหระพามีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและแอฟริกา โหระพาเป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย แต่แพร่หลายทั้งในเอเชียและดินแดนตะวันตก

โหระพาช้าง Ocimum gratissimum Linn. หรือกะเพราญวน จันทร์หอม เนียมตัน เนียมยี่หร่า เป็นไม้พุ่มสูงคล้ายโหระพาแต่มีขนาดใหญ่กว่า
ใบโหระพาช้างมีข้อแตกต่างจากโหระพาเนื่องจาก มีสารสำคัญในน้ำมันหอมระเหยต่างกัน ใบโหระพาช้างมียูจีนอล (eugenol) เป็นสารหลักทำให้ไม่นิยมใช้ประกอบอาหารเท่าโหระพา

ประโยชน์
       โหระพาเป็นพืชที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาประกอบอาหารหลากชนิดในประเทศไทย ช่วยปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหารให้น่ากินยิ่งขึ้น ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารหลายชนิด เช่น ผัดหอย ผัดเนื้อ ใช้ใบปรุงอาหารเป็นผักโรยชูรสได้หลายชนิด เช่น แกงเผ็ด แกงเลียง ผัด ทอด ใบและยอดอ่อนใช้กินเป็นผักสด เป็นเครื่องแนมอาหารคาวหรืออาหารว่างได้เป็นอย่างดี

โหระพาเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติละเอียดอ่อน ถ้าใช้ปรุงอาหารจะใส่โหระพาแล้วยกลงทันทีเพื่อให้ไม่เสียกลิ่นรสไป

ประเทศทางตะวันตกนิยมกินใบแห้งเป็นเครื่องเทศ น้ำสลัดที่ใช้โหระพาเป็นส่วนผสม (pesto) เป็นน้ำสลัดที่ใช้ประจำในอาหารอิตาเลียน

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็นิยมกินใบโหระพา แต่ใช้โหระพาจากอียิปต์ ฝรั่งเศส และมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีกลิ่นต่างจากโหระพาของไทย น้ำมันโหระพาใช้แต่งกลิ่นซอสมะเขือเทศ ขนมผิง ลูกอม ผักดอง ไส้กรอก และเครื่องดื่ม

ใบโหระพามีคุณค่าทางยาช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องร่วง แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน เด็กปวดท้องให้ใช้ใบโหระพา 20 ใบ ชงน้ำร้อนและนำมาชงนมให้เด็กดื่ม ปลอดภัยกว่ายาขับลมที่ผสมแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ ใบโหระพามีสรรพคุณรักษาโรคหวัด รักษาอาการปวดศีรษะ โดยใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำดื่มเป็นชา หรือกินเป็นผักสด ใช้ร่วมกับขิงแก้ไอ และช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน เมล็ดของโหระพาเมื่อแช่น้ำจะพองตัวเป็นเมือก ใช้กินแก้บิด ช่วยหล่อลื่นลำไส้เป็นยาระบาย เนื่องจากไปเพิ่มจำนวนกากอาหาร (bulk laxative)

องค์ประกอบทางเคมี
สารสกัดใบโหระพาที่ได้จากการกลั่นด้วยไอน้ำ มีสีเหลืองอ่อนถึงไม่มีสี ใบโหระพามีน้ำมันหอมระเหยอยู่ประมาณร้อยละ 0.1-1.5 เมื่อทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างจาก headspace และตรวจสอบด้วย gas chromatography พบว่าในน้ำมันหอมระเหยประกอบด้วยสารเมทิลชาวิคอล (methylchavicol) เป็นสารหลัก (ร้อยละ 93) และสารกลุ่มเทอร์พีน ได้แก่ลินาโลออล (linalool) และซินีออล (1, 8-cineol)

นอกจากนี้ ยังมีสารยูจีนอล (eugenol) กรดกาเฟอิก (caffeic acid) และกรดโรสมารินิก (rosmarinic acid) เป็นต้น
น้ำมันหอมระเหยจากโหระพาช่วยการย่อยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ช่วยคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยการย่อยอาหาร ขับลมแก้ท้องอืดเฟ้อ ลดการปวดเกร็งในระบบทางเดินอาหาร และแก้หวัด น้ำมันโหระพามี กลิ่นหอมหวาน เมื่อสูดดมมีคุณสมบัติช่วยให้เกิดความสงบ มีสมาธิ ลดอาการซึมเศร้า มีข้อควรระวังในการใช้ในสปาคือทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญของใบโหระพาพันธุ์ไทย คือเมทิลชาวิคอล สกัดได้จากการกลั่นด้วยไอน้ำ มีลักษณะเป็นของเหลวใสสีเหลืองอ่อน หรือเหลืองอมน้ำตาลปราศจากตะกอนและสารแขวนลอย ไม่มีการแยกชั้นของน้ำ มีกลิ่นเฉพาะตัว มีคุณสมบัติแก้จุกเสียดแน่นท้อง

ใบโหระพามีบีตาแคโรทีนสูง สามารถช่วยป้องกัน โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็งได้ โหระพา 1 ขีด มีบีตาแคโรทีน 452.16 ไมโครกรัม

ร่างกายผู้ใหญ่ต้องการบีตาแคโรทีนวันละ 800 ไมโครกรัม บีตาแคโรทีนมีอยู่ในผักใบเขียวเข้มทุกชนิด เมื่อกินโหระพาไปด้วยจะได้บีตาแคโรทีนเพียงพอใน 1 วัน

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของโหระพาและการทดสอบทางคลินิก

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
เมื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบโหระพาด้วยเมทานอล พบว่ากรดโรสมารินิกในใบโหระพามีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบโดย วิธี DPPH scavenging activity

นอกจากนี้ การทดสอบน้ำมันหอมระเหยและสารสกัดด้วยน้ำจากใบโหระพาต่อเซลล์กล้ามเนื้อ หัวใจที่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระในห้องทดลอง พบว่าสารสกัดน้ำและน้ำมันหอมระเหยจากโหระพามีฤทธิ์ป้องกันความเสียหายจากการ ทำลายของอนุมูลอิสระได้
งานวิจัยของตุรกีพบว่า ชาโหระพามีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันสูงกว่าชาเขียวที่จำหน่ายในตุรกี

ฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลและแผ่นคราบ (พลัค) ในกระแสเลือด
งานวิจัยการใช้ใบโหระพาเป็นยาลดคอเลสเตอรอล ในเลือดของสัตว์ทดลองที่ประเทศโมร็อกโกพบว่า สารสกัดโหระพามีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองที่ถูกทำให้มีปริมาณ ไขมันสูง เนื่องจากการสะสมไขมันของแม็กโครฟาจที่เหนี่ยวนำโดยแอลดีแอล-คอเลสเตอรอล (LDL-C) หรือไขมันไม่ดี มีบทบาทสำคัญในการเกิดแผ่นคราบ (พลัค) ของโรคหลอดเลือดอุดตัน

คณะทำงานที่ประเทศอิตาลีจึงทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดกับการต้านออกซิเดชันของ ไขมันไม่ดี งานวิจัยพบว่าสารสกัดเอทานอลของโหระพามีฤทธิ์ต้านไขมันไม่ดี ออกซิเดชันจากการเหนี่ยวนำของ Cu (2+)

นอกจากนี้ สารสกัดโหระพาลดการรวมตัวสะสมของหยดไขมันแม็กโครฟาจที่เกิดจากไขมันไม่ดีที่ เปลี่ยนไป สารสกัดโหระพาไม่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอร์ ของคอเลสเตอรอลและการสังเคราะห์ไตรกลีเซอรอลในเซลล์แต่อย่างใด แม็กโครฟาจที่ได้รับสารสกัดโหระพาลดการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในสภาพที่ไม่ ใช่เอสเทอร์ และลดอัตราการทำงานของ surface scavenger receptor

สรุปได้ว่าสารสกัดเอทานอลของโหระพาสามารถลดการสร้างโฟมเซลล์ โดยลดการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล และเปลี่ยนแปลงการทำงานของ surface scavenger receptors

ฤทธิ์ต้านจุลชีพ
ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย : สารสกัดจากโหระพามีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่ก่อโรค เช่น Staphylococcus, Enter-ococcus และ Pseudomonas น้ำมันหอมระเหยจากโหระพาที่สกัดด้วยวิธี hydrodistillation มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียแกรมบวก แกรมลบ

ฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อสิว : นอกจากนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรพบว่า สารสกัดเอทานอลของใบโหระพามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียที่เป็น ต้นเหตุของการเกิดสิว Propionibacterium acnes ได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับสารสกัดจากพืชร่วมตระกูลโหระพาอื่นๆ เช่น กะเพรา

ฤทธิ์ต้านเชื้อรา : น้ำมันโหระพามีสารสำคัญคือ linalool และ eugenol ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้ง Sclerolinia sclero-tiorum, Rhizopus stolonifer and Mucos spp. น้ำมันโหระพาในขนาด 1.5 ml/l มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของไมซีเลียมเชื้อรา 22 ชนิด รวมถึงสายพันธุ์ที่สร้างไมโคท็อกซินของ Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus ด้วย

ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส : โหระพามีการใช้งานมานานในการแพทย์แผนจีน การศึกษาฤทธิ์สารสกัดโหระพาและสารสำคัญในการต้านไวรัสพบว่าสารสกัดน้ำและเอ ทานอลของโหระพา และสารสำคัญคือเอพิจีนิน
ลินาโลออล และกรดเออเซลิกมีฤทธิ์ต้านไวรัสแบบ broad sprectrum ครอบคลุมดีเอ็นเอไวรัส (herpes viruses (HSV), adenoviruses (ADV) hepatitis B virus) และ RNA ไวรัส (coxsackievirus B1 (CVB1) and enterovirus 71 (EV71)

ฤทธิ์ต้านปรสิต : น้ำมันโหระพามีฤทธิ์ต้านปรสิต Giardia lamblia สารออกฤทธิ์ต้าน G. lamblia คือ ลินาโลออล

ฤทธิ์ต้านสารก่อมะเร็ง
น้ำมันโหระพาสามารถเพิ่มฤทธิ์ของเอนไซม์ glutathione-S-transferase มากกว่าร้อยละ 78 ในกระเพาะ ตับ และหลอดอาหารของหนูทดลองและสามารถต้านการก่อมะเร็งของหนูได้ โดยมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิด squamous cell carcinoma ในกระเพาะอาหารของหนูทดลอง และพบว่าน้ำมันโหระพามีพิษต่อเซลล์มะเร็งเมื่อทดสอบด้วยวิธี MTT ในเซลล์มะเร็ง murine leukemia และ human mouth epidermal carcinoma

ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์
น้ำมันสกัดจากใบโหระพามีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของ Samonella typhimurium มีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ได้ดีใกล้เคียงกับฤทธิ์ของวิตามินอี ฤทธิ์ดังกล่าวเกิดจากฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของน้ำมันโหระพา

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
สารสกัดจากใบโหระพามีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ cyclooxygenase และ lipoxygenase ซึ่งไปเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบในเมตาบอลิกของกรดอาราชิโดนิก (arachidonic acid) พบว่าสารกลุ่มเทอร์พีนที่แยกได้จากรากและลำต้นของโหระพามีฤทธิ์ต้านการ อักเสบ

การศึกษาฤทธิ์ต้านอักเสบของทิงเจอร์โหระพา พบว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยออกฤทธิ์ที่ไขกระดูกอย่างเฉียบพลัน การศึกษาผลของทิงเจอร์โหระพา (1:10) ในการลดการอักเสบที่เกิดจากเทอร์เพนไทน์ของหนู เทียบกับการใช้ไดโคลฟีแนก (30 มก./100 ก.) โดยการวัดเม็ดเลือดขาวโดยรวมและแยกชนิด ทดสอบฟาโกไซซิสในหลอดทดลอง และการวัดการสังเคราะห์ไนตริกออกไซด์ พบว่าทิงเจอร์โหระพาลดปริมาณเม็ดเลือดขาวสุทธิปริมาณโมโนไซต์ ลดการกระตุ้นฟาโกไซต์ แต่ลดการสร้างไนตริกออกไซด์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทิงเจอร์โหระพาให้ผลน้อยกว่าการใช้ไดโคลฟีแนกเล็กน้อย

ฤทธิ์รักษาแผลกระเพาะอาหาร
น้ำมันโหระพามีฤทธิ์ยับยั้งฤทธิ์ของแอสไพริน ที่เหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร โดยยับยั้งเอนไซม์ lipoxygenase และต้านฮิสทามีนที่ทำให้เกิดการอักเสบและเกิดแผล

ฤทธิ์ฆ่าไรและแมลง
สารสกัดจากใบโหระพามีฤทธิ์ฆ่าไร Tetranychid mites (Tetranychus urticae) และ Eutetranychus orientalis ฆ่าแมลงวันบ้าน แมลงวันปากคมที่ตอมกินเลือดปศุสัตว์ และยุงพาหะโรคชนิดต่างๆ น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากโหระพามีฤทธิ์ฆ่ายุงและลูกน้ำยุงหลายชนิด รวมถึงยุงที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกด้วย

ไม่น่าเชื่อว่าพืชพื้นๆ เช่นโหระพาจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้มากถึงเพียงนี้ เมื่อส่งต้นฉบับนี้แล้วคงต้องไปซื้อก๋วยเตี๋ยวลุยสวนมาจากตลาดนัด ขอโหระพาเขาแถมมาหน่อย เป็นอาหารว่างจานผักเพื่อสุขภาพไง

หอมใหญ่

หอมใหญ่

ใช้ใส่ในแกงมัสมั่น ยำต่างๆ และน้ำซุป

ประโยชน์
- ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

หอมแดง

หอมแดง

หอมแดงช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติ เป็นส่วนประกอบสำคัญในเครื่องแกงทุกชนิด ใช้ในอาหารประเภทแกงเผ็ด ต้มโคล้ง แกงเลียง ต้มยำ อาหารประเภทหลน อาหารประเภทยำ ลาบ น้ำพริกต่างๆ อาจาด เมี่ยง เครื่องเคียงของข้าวซอย ใช้ในขนมหวาน เช่นขนมหม้อแกง ใช้หอมแดงซอย เจียวให้เหลืองโรยหน้า ต้นและใบใช้เป็นผักสดสำหรับเป็นเครื่องเคียงพวกหลนต่างๆ

ประโยชน์
- ขับลม แก้ปวดท้อง แก้หวัด คัดจมูก

สะระแหน่

สะระแหน่

ยอดและใบสะระแหน่ใช้รับประทานเป็นผักสด แกล้มกับน้ำพริก พล่า ยำ ช่วยดับกลิ่นคาวและช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน

ยี่หร่า

ยี่หร่า

อาหารไทยใช้ยี่หร่าในการปรุงแต่งกลิ่นอาหาร โดยคั่วเมล็ดโขลกผสมกับเครื่องแกง เช่นแกงกะหรี่ แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน

ประโยชน์
- ใช้ขับลม ขับเสมหะ

แมงลัก

แมงลัก

ใบแมงลักใช้แต่งกลิ่นอาหาร เช่นแกงเลียง แกงหน่อไม้ใบย่านาง อ่อมปลา กินเป็นผักสด กับขนมจีนน้ำยา เป็นผักจิ้มน้ำพริก

ประโยชน์
- ใบใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
- ผลใช้แก้ท้องผูก และสำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนัก โดยใช้กินก่อนอาหารหรือแทนอาหารเพื่อไม่ให้กระเพาะว่างหรือทำให้กินได้น้อยลง

มะนาว

มะนาว

น้ำมะนาวใช้เป็นเครื่องปรุงรสอาหารให้เปรี้ยว ใส่ในต้มยำ ส้มตำ พล่า ยำ น้ำพริกชนิดต่างๆ เช่น น้ำพริกกะปิ ปลาหมึกนึ่งมะนาว ใช้ผสมน้ำเป็นเครื่องดื่ม

ประโยชน์
- แก้ไอ ขับเสมหะ
- รักษาท้องอืด ท้องเฟ้อ
- แก้โรคลักปิด ลักเปิด

มะเขือพวง

มะเขือพวง

ผลอ่อนให้รับประทานเป็นผักสด หรือลวกสุกร่วมกับน้ำพริก ผลอ่อนให้ใส่อาหารหลายชนิดเช่นแกง เผ็ด น้ำพริกกะปิ แกงเขียวหวานเป็นต้น

ประโยชน์
- แก้ไอ ขับเสมหะ ลำต้นใช้ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ปวด ใบใช้ห้ามเลือด รักษาฝี หนอง รากใช้ผสมเป็นยาแก้ไขขับเสมหะ

มะขาม

มะขาม

คนไทยทุกภาครับประทานยอดอ่อน ดอกและฝักมะขามเป็นผักและเป็นเครื่องปรุงรส เนื้อในของฝักมะขามแก่นำมาคั้นกับน้ำใช้ปรุงรสเปรี้ยว ภาคกลางนิยมนำฝักอ่อนมาปรุงเป็นน้ำพริกมะขาม ใบมะขามอ่อนนำมาปรุงเป็นต้มโคล้ง เช่นต้มโคล้งปลากรอบ ทำต้มกะทิกับหมูและฟัก นำมาทำแกงจืด ชาวอีสานนำยอดอ่อนมาใส่ ต้มไก่ ต้มปลาและแกงเห็ด ชาวเหนือและชาวใต้ใช้ยอดมะขามใส่แกง เช่นแกงส้มยอดมะขามกับปลาเป็นต้น

ประโยชน์
- ใบมะขามแก่ช่วยขับเสมหะ แก้บิด แก้ไอ เนื้อในของฝักมะขามแก่ แก้ท้องผูก แก้ไอ ขับเสมหะ แก้กระหายน้ำ